ดวงแก้ว

ดีใจที่ได้แก้ว

ดีใจที่ได้แก้ว (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) เมื่อย้ายมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย คุณยายก็พยายามแสวงหาดวงแก้วมาไว้ติดตัวเพื่อทำวิชชา เพราะท่านคุ้นเคย แต่ในสมัยนั้นดวงแก้วหายากมากที่สุด ไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้ ครูไม่ใหญ่กับคุณยายตามดวงแก้วมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗  มีความคิดว่าต่อไปนี้ ขอให้มีดวงแก้วมาก ๆ และตั้งผังไว้ว่า “ขอให้มีดวงแก้วของตัวเอง และมีเผื่อแผ่ไว้สำหรับผู้มีบุญที่เขาจะเข้าถึงพระธรรมกายต่อไปในอนาคต” เพราะเราทราบถึงอานุภาพของดวงแก้ว ในขณะที่คนอื่นเขาไม่ทราบ วันหนึ่ง ครูไม่ใหญ่ได้ดวงแก้วมาดวงหนึ่ง ขนาดเล็กกว่ามะนาวลูกเล็ก ๆ ราว ๆ ลูกพุทรา ได้จากพี่ที่ครูไม่ใหญ่เคารพนับถือ เป็นดวงแก้วที่สืบทอดมาจากคุณยายทองสุข ท่านมอบให้ เพราะเห็นว่าครูไม่ใหญ่ รักธรรมะ รักวิชชาธรรมกาย ครูไม่ใหญ่ไปรับมาจากบ้านของท่านที่ ประตูน้ำ รับเสร็จแล้วเดินตัวปลิวเหมือนไม่ติดพื้น ในวันนั้นครูไม่ใหญ่เข้าใจคำว่า “ดีใจเหมือนได้แก้ว” ว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง เพราะครูไม่ใหญ่รู้อานุภาพของดวงแก้วและปรารถนาอยากจะได้มาก ๆ เพื่อเอามาทำวิชชา ต่อมาก็มีดวงแก้วมาเรื่อย ๆ มีมามากทีเดียวมาจากทั่วโลก เป็นไปตามผังที่ตั้งเอาไว้ ให้ครูไม่ใหญ่ได้แจกจ่ายให้กับผู้มีบุญทุกคนที่มาร่วมบุญกับครูไม่ใหญ่ จะได้มีบุญเข้าถึงวิชชาธรรมกาย โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย www.dhamma01.com/book/81

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) เรื่องดวงแก้วเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่า มีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่งเป็นของคุณยายทองสุข สำแดงปั้น เดิมทีดวงแก้วดวงนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นดวงแก้วขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพมาก สามารถกลิ้งตัวเองเข้าไปใต้รัตนบัลลังก์เพื่อฟังธรรมได้ ต่อมาเมื่อเขารู้ว่าผู้มีบุญที่จะได้ครอบครองดวงแก้วมาเกิดแล้ว เขาจึงย้ายมาอยู่ด้วย แต่เนื่องจากไม่สามารถนำพาเอาเรือนเดิมซึ่งมีขนาดใหญ่มาด้วยได้ จึงย้ายมาอยู่ในเรือนเล็กแทน ฟังแล้วก็รู้สึกอัศจรรย์ใจว่า กายสิทธิ์ในดวงแก้วสามารถย้ายเรือนได้ เพราะเหตุที่ดวงแก้วมีความสำคัญและมีอานุภาพมากขนาดนี้ คุณยายท่านจึงชอบใช้ดวงแก้ว ซึ่งต่อมาก็มีคนเอามาถวายท่านเรื่อย ๆ ท่านบอกว่า “บางดวงก็มีตัว บางดวงไม่มีตัว บางดวงตัวอ่อน บางดวง ตัวแก่” ความอ่อนความแก่ในที่นี้ หมายถึง บุญบารมีของกายสิทธิ์ที่นั่งสมาธิอยู่ภายในดวงแก้ว โดยมีดวงแก้วเป็นเรือน ถ้าตัวยิ่งแก่บารมี ยิ่งมาก ก็ยิ่งสว่าง สุกสดใส ยิ่งสวย ยิ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมาก ตัวอ่อนก็หย่อนลงมา ส่วนดวงแก้วที่ไม่มีตัว ก็ต้องไปอัญเชิญมาใส่ ดวงแก้วที่คุณยายได้มา แม้ตอนแรกไม่ค่อยใส แต่หลายเดือนผ่านไป พอแกะห่อผ้าออกดู น่าอัศจรรย์ใจว่า ดวงแก้วกลับใสขึ้น และไม่ใช่ความใสแบบด้าน ๆ อย่างแก้วเจียระไนธรรมดา แต่เป็นความผ่องใสเหมือนนวลผักคะน้าหรือนวลมะม่วง ดวงแก้วจะเปล่งประกาย มีเสน่ห์ มีพลังแผ่ออกมา เป็นเพราะคุณยายท่านนำมากลั่นแก้และฝึกงานด้วยอานุภาพพระธรรมกาย ดวงแก้วเหล่านี้ …

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ Read More »

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) คนมีบุญที่ดวงแก้วลอยมาหาเองเลยก็มี ท่านคือ คุณยายเพิ่ม แก้ววิเศษ ด้วยบุญของท่านที่ทำไว้ในปางก่อน วันหนึ่งฝนฟ้าครึ้ม คุณยายเพิ่มกำลังรองน้ำอยู่ที่รางน้ำ อยู่ ๆ ก็มีเสียงฟ้าฝ่าเปรี๊ยะลงมาที่บ้าน ท่านได้ยินเสียงกลิ้งกรุบ ๆ มาที่รางน้ำฝน แล้วก็จ๋อมลงไปในโอ่ง ท่านเดินไปดูก็เห็นมีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่ง ทรงยาว ๆ ตรงโคนใส ตรงปลายขุ่นหน่อย ๆ น่าแปลกที่แก้วดวงนี้ลอยได้โดยไม่ต้องมีใครจับ ลอยแล้วเปล่งแสงได้ด้วย เวลาคุณยายเพิ่มจะไปไหน ดวงแก้วจะลอยนำหน้าสว่างไปเลย กิตติศัพท์นี้เลื่องลือกันไปทั่ว อยู่มาวันหนึ่งท่านเห็นดวงแก้วสวยดี ก็คิดว่าจะเอาไปทำหัวแหวน จะให้ช่างตัดตรงที่ขุ่น ๆ ออก แล้วเอาบริเวณที่ใส ๆ มาทำหัวแหวน แต่ช่างเห็นแล้วรู้สึกชอบ อาจเป็นเพราะได้ยินกิตติศัพท์ด้วยว่า แก้วดวงนี้มากับฟ้า ลอยได้ เปล่งแสงได้ พูดได้ด้วย ช่างก็เลยอยากได้ เวลาคุณยายเพิ่มไปทวงก็บ่ายเบี่ยง ไม่ให้เสียที แต่คุณยายเพิ่มท่านมีวิธีเรียกแก้วกลับมา ปรากฏว่า แก้วที่อยู่ในมือของช่างดิ้นพรวดลงมาเป็นแมลงภู่บินพรืดหายไปเลย ตกดึก คุณยายเพิ่มนอนตะแคงอยู่ พอพลิกตัวหลังไปทับดวงแก้ว อ้อ!ดวงแก้วกลับมาแล้ว ต่อมาท่านไปกราบเรียนเรื่องนี้ให้หลวงปู่ฟัง หลวงปู่ก็เลยขอยืมดวงแก้วไปทำวิชชา และให้ผู้ทำวิชชาใส่ไถ้ผูกไว้ที่เอว …

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ Read More »

ดวงแก้วเป็นของรักของหวง

ดวงแก้วเป็นของรักของหวง (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ผู้มีบุญในกาลก่อนก็มีดวงแก้วเหมือนกัน เช่น โชติกเศรษฐี ท่านมีดวงแก้วดวงหนึ่งเกิดจากบุญในอดีตชาติที่เคยถวายดวงแก้วแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่อยู่ของท่านเป็นปราสาทแก้ว ในปราสาทสว่างไสวด้วยดวงแก้ว เหมือนความสว่างของแสงไฟ จะให้สว่างทั่วถึงก็ได้ จะให้สว่างเฉพาะส่วนก็ได้ จะให้สว่างแล้วไม่มีเงาของวัตถุสิ่งของก็ได้ ดวงแก้วดวงนี้นอกจากบันดาลความสว่างไสวไปทั่วทั้งปราสาทแก้วของท่านเศรษฐีแล้ว ยังบันดาลความสำเร็จทุกอย่างให้เกิดขึ้น แม้แต่นาคก็ยังมีดวงแก้วห้อยไว้ที่คอ เรื่องมีอยู่ว่า มีฤาษีพี่น้อง ตั้งอาศรมอยู่ริมน้ำ ฤาษีน้องเจริญเมตตาวิหารธรรมตลอดเวลา กระแสแห่งความเมตตาแผ่ไปทุกทิศทาง ไปกระทบใจพญานาคที่อยู่ใต้บาดาล พญานาคจึงมาตามกระแสนั้น เมื่อเห็นฤาษีน้องนั่งอยู่ที่อาศรมก็เกิดความรักขึ้นมา จึงเข้าไปแสดงความรักด้วยการรัดตัว ฤาษีน้องก็เหมือนคนธรรมดาที่เจองูรัด พอนาคมารัดบ่อย ๆ ฤาษีน้องก็ผอมลง ๆ ฤาษีพี่รู้เรื่องก็ถามว่า ที่ตัวนาคมีอะไรเป็นพิเศษไหม ฤาษีน้องบอกว่ามีดวงแก้วห้อยคออยู่ ฤาษีพี่ก็เลยแนะนำว่า ถ้านาคมาคราวนี้ให้ขอดวงแก้วจากนาค ต่อมานาคขึ้นมาหาฤาษีน้องเหมือนเดิม พอจะรัดตัว ฤาษีน้องก็ขอดวงแก้ว นาคบอกว่า “ไม่ได้ ดวงแก้วดวงนี้นำมาซึ่งอาหารต่าง ๆ และของที่ปรารถนา ให้ไม่ได้” วันนั้นเลยไม่กล้ารัดตัว รีบลงน้ำไปเลย วันหลังพอนาคมา ฤาษีน้องก็ขอดวงแก้วอีก ขอหลายครั้งเข้านาคก็เลยไม่มาอีก โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย www.dhamma01.com/book/81

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วคุณยายที่ครูไม่ใหญ่มอบให้ผู้มีบุญ ดูเผิน ๆ ก็เหมือนแก้วจุยเจียธรรมดา บางท่านเคยได้รับไปแล้วหลายดวง และไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมารับอีก ดวงแก้วนี้ที่จริงข้างนอกดูธรรมดา แต่ข้างในไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ของตาย แต่เป็นของเป็น คุณยายท่านซ้อนทุกวันเป็นเวลาหลายปี กลั่นให้ใส ดวงแก้วนี้จึงมีความสำคัญต่อการสร้างบารมีของลูกทุกคน เพื่อให้สมบูรณ์ทั้งโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์ ดวงแก้วชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายของคุณยาย ถึงขนาดเล็กก็มีอานุภาพ จิ๋วแต่แจ๋ว ถ้าขนาดใหญ่ระดับพ่อแก้วแม่แก้ว ก็แจ๋วคูณสาม คูณสี่ไปเรื่อย ๆ ได้ไปแล้วก็ขอให้เก็บรักษาไว้ให้ดี หล่อเลี้ยงเขาด้วยบุญ คือ ต้องสั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ยิ่งทำซ้ำ ๆ ดวงแก้วจะยิ่งมีอานุภาพเพิ่มขึ้น ภาษาคุณยายท่านจะพูดว่า “ตัวจะแก่ขึ้น” คือ กายเขาจะสุกใส สว่างขึ้นจากบุญที่เราทำ ซึ่งจะเนื่องไปถึงเขา เขาก็จะมาช่วยเหลือเกื้อกูลเราได้เร็วแรงขึ้นในทุกเรื่อง ทำความปรารถนาของเราให้สมหวังได้ ถ้าไม่ทำบุญเขาจะไม่อยู่ด้วย ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา คือ พูดกับเขาด้วยปิยวาจา และทำแต่สิ่งดี ๆ เขาก็จะปกปักรักษา ช่วยตามสมบัติให้ ช่วยทำอะไรต่าง ๆ อีกหลายอย่าง กระทั่งคุมธรรมะให้เข้าถึงธรรม ตอนนี้ดวงแก้วไปอยู่บ้านใครจะไปช่วยเชื่อมสายสมบัติ เมื่อได้รับไปแล้วขอให้นำดวงแก้วไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ …

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว Read More »

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก หลวงพ่อเคยกราบเรียนถามคุณยายตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าวัดว่า “ดวงแก้วกายสิทธิ์นี้มไว้ทำอะไร แล้วเขาเป็นใคร” คุณยายตอบชัดเจนว่า “เขาไม่ใช่กายทิพย์ ไม่ใช่กายมนุษย์ แต่เขามีลักษณะพิเศษ ของเขา ถ้าเขาอยู่กับผู้ที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม เขาจะทำหน้าที่คล้าย ๆ ลูกศิษย์วัด คือ ดูแลตามสมบัติให้ แต่เขาก็ไม่ใช่เทวดา เขามีสภาพอีกสภาพหนึ่ง คือ เป็นผู้คอยหล่อเลี้ยงมนุษย์” ในเวลาที่เจ้าของดวงแก้วตั้งใจปฏิบัติธรรม เขาจะทำหน้าที่ของเขาอีกเหมือนกัน คือ ช่วยดึงดูดใจของผู้ปฏิบัติธรรมให้เข้าไปสู่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ได้ง่ายขึ้น คุณยายท่านใช้คำว่า “ช่วยคุมบุญให้ ช่วยคุมใจเวลานั่งสมาธิให้” เพราะว่าเขามีฤทธิ์อยู่ในตัว โบราณจึงเรียกกันว่า แก้วกายสิทธิ์ หากใครได้อ่านคัมภีร์โบราณทั้งของจีน ของอินเดีย และของไทย จะเจอคำว่าดวงแก้วกายสิทธิ์ ซึ่งมีฤทธิ์ดังนี้ คือ • ตามสมบัติให้ได้ • เวลาปฏิบัติธรรมช่วยคุมธรรมะให้ได้ • เวลามีอุปสรรค จะช่วยทำหน้าที่เหมือน body guard เหมือนขุนพล หรือเหมือน รปภ.ที่ดูแลรักษา คุ้มครองเจ้านาย ดวงแก้วจะอยู่กับผู้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเท่านั้น อาหารของพวกเราเป็นข้าว เป็นน้ำ แต่อาหารของเขา …

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก Read More »

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี เมื่อตอนที่หลวงพี่ไปวัดปากน้ำครั้งแรก ตอนปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็ได้พบคุณยาย ตอนนั้นท่านอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ หลวงพี่มีโอกาสอยู่ใกล้ท่าน ได้พูดคุยกับท่านตั้งแต่ตอนนั้น และได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากท่าน รวมทั้งเรื่องดวงแก้ว เมื่อพูดถึงคำว่า “แก้ว” คุณยายท่านจะรู้สึกสดชื่นมาก ท่านเคยบอกว่า “เรื่องแก้วนี่..ยายรู้ดี หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านเคยใช้ให้ยายไปค้นเรื่องแก้ว” คำว่า “ค้น” ในที่นี้ ก็คือ ค้นไปสู่ละเอียด ว่า เรื่องราวของแก้วเป็นมาอย่างไร จะเอามาใช้งานได้อย่างไร เพราะว่า “แก้ว” เขามีศักยภาพที่ใช้งานได้ดี เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านฝึกฝนให้คุณยายทำจนกระทั่งเชี่ยวชาญ ทำให้คุณยายมีความคุ้นเคยกับแก้วเป็นอย่างดี หลวงพี่เคยถามคุณยายว่า “ยาย..แล้วยายรักแก้วไหม..” คุณยายตอบว่า “ยายรักแก้ว ของอย่างอื่นยายไม่รัก ยายเฉย ๆ แต่แก้วนี่ยายรัก” เพราะคุณยายคุ้นเคยที่ต้องค้นและทำงานร่วมกันมา ทำให้ท่านผูกพันอยู่กับเรื่องแก้วมาก จำได้ว่า สมัยแรก ๆ ที่หลวงพี่ไปบ้านธรรมประสิทธิ์ ตอนนั้น “ดวงแก้ว” เป็นสิ่งที่หายาก แล้วเวลาคุณยายแนะนำการปฏิบัติธรรม ท่านจะให้ใช้นิมิตเป็นองค์พระ เพราะดวงแก้วหายาก …

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี Read More »

ดวงแก้วคุณยาย

“คุณยายท่านรักดวงแก้วมาก ของอย่างอื่นคุณยายจะเฉย ๆ แต่ดวงแก้วเป็นของรักของคุณยาย แล้วอะไรที่ท่านรัก ท่านจะซ้อนวิชชาธรรมกายเข้าไปเรื่อย ๆ ท่านไปถึงไหนก็ซ้อนไปถึงนั่น” พระราชภาวนาวิสุทธิ์ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย www.dhamma01.com/book/81

กรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย

ความเป็นมากรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย เมื่อวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา (๒๖ ก.ค. ๒๕๕๓) หลวงพ่อฝันเห็นคุณยายมาหา มายิ้มให้ และพูดคุยกันเหมือนสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ฝันเหมือนจริงมาก หลวงพ่อไม่เคยฝันเห็นคุณยายเลย ตั้งแต่ท่านละสังขารไป ๑๐ ปี ( ๑๐ ก.ย. ๒๕๔๓) เหมือนคุณยายอยากมาบอกอะไรกับ หลวงพ่อ หลวงพ่อเลยตั้งใจทำอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยาย ให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อบูชาธรรมคุณยาย ๑๐๑ ปี เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน หลวงพ่อไปที่กุฏิเก่าคุณยายเพื่อเอาของ พอเดินผ่านห้องที่หลวงพ่อเคยนั่งธรรมะกับคุณยาย ทำให้คิดถึงท่าน เหมือนมีอะไรดลใจให้หลวงพ่อเข้าไปในห้องนั้น และอยากจัดข้าวของให้เข้าที่เหมือนสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ (ปกติหลวงพ่อเอาของเสร็จก็จะกลับเลย ไม่เคยแวะเข้าไปที่ห้องนั้น) วันนั้นหลวงพ่อยกของและจัดของเองจนเหนื่อย ในนั้นมีลังไม้ใบใหญ่ ๆ อยู่ ๔-๕ ลัง หลวงพ่อเลื่อนออกมาแล้วให้อุปัฏฐากช่วยดูว่าของในลังเป็นอะไร ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วกับองค์พระ ดวงแก้วห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้อย่างดี ซึ่งหลวงพ่อเองก็จำไม่ได้ว่ามีของชุดนี้อยู่ พอสืบค้นความเป็นมาของดวงแก้วชุดนี้แล้ว ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วที่มาจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ (กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อดวงแก้วเป็นหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่พิมพ์เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๔) แสดงว่าเป็นแก้วชุดแรก …

กรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย Read More »

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วเป็น ๑ ในรัตนะ ๗ ที่เป็นของคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิและผู้มีบุญเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่ได้ครอบครองดวงแก้วจึงเหมือนมีสมบัติจักรพรรดิติดตัวเลยทีเดียว รัตนะทั้ง ๗ ของพระเจ้าจักรพรรดิประกอบด้วยจักรแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว และดวงแก้วมณี แก้ว ทั้ง ๗ อย่างนี้  จะช่วยทำให้พระเจ้าจักรพรรดิมีความสุข มีอานุภาพ และสามารถปกครองไปได้ถึงทวีปทั้ง ๔ อันได้แก่ อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป ดวงแก้วมณีของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นดวงแก้วที่มีอานุภาพมาก สัณฐานกลมรอบตัว มีรัศมีสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ไปไหนมาไหนได้ ใช้ส่องดูภพภูมิต่าง ๆ ได้ ดูที่ลับที่แจ้งได้ บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารและเครื่องบริโภคอุปโภคบังเกิดขึ้นได้ และสามารถเลี้ยงมนุษย์ทั้งโลก ได้ ฯลฯ นอกจากพระเจ้าจักรพรรดิผู้ปกครองทวีปทั้ง ๔ แล้ว ผู้มีบุญทั่วไปก็นิยมมีดวงแก้วไว้ประจำตัวหรือประจำบ้านเช่นกัน อย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น เวลาทำพิธีสถาปนาพระเจ้าจักรพรรดิองค์ใหม่ จะต้องมีพิธีมอบดวงแก้วดวงโตขนาดส้มโอเสียก่อน มิฉะนั้นการสถาปนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็จะไม่สมบูรณ์ ประเพณีนี้สืบทอดมานานนับพันปีแล้ว แม้บริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีดวงแก้วดวงใหญ่เอาไว้เป็นเครื่องดึงดูดโภคทรัพย์สมบัติ …

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย Read More »

ดวงแก้วทำวิชชา

รูปหล่อหลวงปู่วัดปากน้ำ ภายในบรรจุดวงแก้วปราบมารทั้ง ๓ ดวง (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วทำวิชชา หลังจากนั้น ท่านก็ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกายต่อไป และแสวงหาดวงแก้วเอาไว้สำหรับทำวิชชา ต่อมามีผู้นำดวงแก้วมาถวายท่าน เป็นแก้วดวงใหญ่ ๓ ดวง แต่ละดวงโตประมาณ ๗ เซนติเมตร ขนาดส้มเขียวหวาน ท่านให้เอาไปใส่ไว้ในตะลุ่มในโรงงานทำวิชชา คุณยายเล่าว่า ในดวงแก้วเหล่านั้นมีกายสิทธิ์ที่มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก สามารถพูดให้ได้ยินด้วยหูมนุษย์ได้ เหมือนเราได้ยินมนุษย์พูดคุยกัน เวลาลูกระเบิดจะมาลง ดวงแก้วก็จะพูดให้ได้ยิน หลวงปู่ท่านให้พวกทำวิชชาถือดวงแก้วนี้ไว้ แล้วก็เอากายละเอียดในดวงแก้วทำวิชชาธรรมกายไปสู้รบกับพญามาร คุณยายของเราถือไว้ ๒ ดวง มือซ้ายดวงหนึ่ง มือขวาอีกดวงหนึ่ง แล้วทำวิชชาควบคู่กันไปกับดวงแก้ว ท่านถืออยู่อย่างนี้เป็นเวลาหลายปี ทุกครั้งที่เข้าไปรับหน้าที่ ท่านฝึกสอนกายสิทธิ์ที่อยู่ในดวงแก้ว จนกระทั่งมีอานุภาพทำตามกันไปเป็นทีมได้ ตั้งแต่ช่วยแก้ไขทุกข์มนุษย์ แก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลก และมุ่งไปที่สุดแห่งธรรม ตอนนั้นดวงแก้วดวงใหญ่มีอยู่แค่ ๓ ดวง นอกนั้นเป็นดวงเล็ก ๆ สำหรับผู้ทำวิชชาปราบมารถือไว้เป็นแนวร่วมสนับสนุน แล้วก็ทำวิชชากันไปอย่างมีความสุขสนุกสนานทีเดียว วันหนึ่งขณะอยู่ในเวรดึก หลวงปู่ท่านได้ยินเสียงดังกริ๊ก ท่านจึงถามว่า “ใครทำดวงแก้วกระทบกัน” คุณยายบอกว่า “ลูกเองเจ้าค่ะ” หลวงปู่ท่านถามว่า “รู้ไหมว่าแก้วดวงหนึ่งมีค่าขนาดไหน ขนาดเอาประเทศมาตีค่าไม่ได้ทีเดียวนะ” หมายถึง เอาทรัพยากรของประเทศ …

ดวงแก้วทำวิชชา Read More »