กรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย

ความเป็นมากรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย

เมื่อวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา (๒๖ ก.ค. ๒๕๕๓) หลวงพ่อฝันเห็นคุณยายมาหา มายิ้มให้ และพูดคุยกันเหมือนสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ฝันเหมือนจริงมาก หลวงพ่อไม่เคยฝันเห็นคุณยายเลย ตั้งแต่ท่านละสังขารไป ๑๐ ปี ( ๑๐ ก.ย. ๒๕๔๓) เหมือนคุณยายอยากมาบอกอะไรกับ หลวงพ่อ หลวงพ่อเลยตั้งใจทำอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยาย ให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อบูชาธรรมคุณยาย ๑๐๑ ปี

เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน หลวงพ่อไปที่กุฏิเก่าคุณยายเพื่อเอาของ พอเดินผ่านห้องที่หลวงพ่อเคยนั่งธรรมะกับคุณยาย ทำให้คิดถึงท่าน เหมือนมีอะไรดลใจให้หลวงพ่อเข้าไปในห้องนั้น และอยากจัดข้าวของให้เข้าที่เหมือนสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ (ปกติหลวงพ่อเอาของเสร็จก็จะกลับเลย ไม่เคยแวะเข้าไปที่ห้องนั้น)

วันนั้นหลวงพ่อยกของและจัดของเองจนเหนื่อย ในนั้นมีลังไม้ใบใหญ่ ๆ อยู่ ๔-๕ ลัง หลวงพ่อเลื่อนออกมาแล้วให้อุปัฏฐากช่วยดูว่าของในลังเป็นอะไร ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วกับองค์พระ ดวงแก้วห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้อย่างดี ซึ่งหลวงพ่อเองก็จำไม่ได้ว่ามีของชุดนี้อยู่ พอสืบค้นความเป็นมาของดวงแก้วชุดนี้แล้ว ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วที่มาจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ (กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อดวงแก้วเป็นหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่พิมพ์เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๔) แสดงว่าเป็นแก้วชุดแรก ๆ ที่หลวงพ่อได้มา แล้วเอาไปฝากไว้ที่คุณยาย ให้คุณยายช่วยซ้อนวิชชาให้ เนื่องจากคุณยายเชี่ยวชาญเรื่องแก้วมาก เพราะสมัยที่อยู่กับหลวงปู่ หลวงปู่ท่านใช้คุณยายให้ไปค้นเรื่องแก้ว

สมัยก่อนดวงแก้วเป็นสิ่งที่หายากมาก เวลาหลวงพ่อกับคุณยายสอนทำสมาธิจะให้นึกองค์พระเป็นนิมิต เมื่อหมู่คณะย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาที่วัดพระธรรมกายในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ มาอยู่ได้ ๔-๕ ปี ถึงได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นมีดวงแก้ว จึงเริ่มสั่งดวงแก้วเข้ามา

คุณยายท่านรักดวงแก้วมาก ของอย่างอื่นคุณยายจะเฉย ๆ แต่ดวงแก้วเป็นของรักของคุณยาย แล้วอะไรที่ท่านรัก ท่านจะซ้อนวิชชาธรรมกายเข้าไปเรื่อย ๆ ท่านไปถึงไหนก็ซ้อนไปถึงนั่น ท่านรู้เห็นถึงไหน เขาก็รู้เห็นถึงนั่น คุณยายอยากให้กายสิทธิ์มีฤทธิ์ขนาดไหน ท่านจะซ้อนทั้งกลางวัน กลางคืน ซ้อนตลอดเวลา เพราะท่านผูกพันกับสิ่งนี้

ดวงแก้วเป็นสิ่งที่ต้องเลี้ยงด้วยบุญ ต้องใจใส มิฉะนั้นเขาจะไม่อยู่ด้วย เพราะเขาเป็นกายสิทธิ์ แวบหายได้ถ้าเจ้าของไม่มีบุญหล่อเลี้ยงพอเราเอาบุญหล่อเลี้ยง เขาก็จะร่วมมือกับเรา ถ้าเราจะใช้ให้เขาทำอะไร ก็ให้นึกถึงเขาไว้ที่ศูนย์กลางกายให้ชัดแจ่ม อย่างน้อยให้มีความรู้สึกว่าเขาอยู่ในตัวเรา ชัดใสแจ่มที่กลางกาย ถ้าชัดใสแจ่มแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางธุรกิจหรืออะไรก็จะแจ่มหมดเลย ถ้าได้ขนาดนี้จะเอาอะไรก็ได้

คุณยายยังเล่าว่า แก้วดวงใหญ่ข้างในมีฤทธิ์มาก ลดหลั่นกันลงมาตามขนาด ดวงเล็กก็มีฤทธิ์ในระดับหนึ่ง ยิ่งใหญ่มากเท่าไรก็ยิ่งมีฤทธิ์มากขึ้นไปตามลำดับ ดวงแก้วทั้งหมดซ้อนเข้าไปในที่เดียวกัน แต่มีฤทธิ์ไม่ เท่ากัน กำลังฤทธิ์ของแต่ละดวงขึ้นอยู่กับกำลังบุญของเจ้าของด้วย กำลังบุญของเจ้าของจะไปหล่อเลี้ยงเขา ฤทธิ์จะเยอะตามกำลังบุญ ดวงแก้วทุกดวงมีฤทธิ์ทั้งนั้น เพียงแต่กำลังฤทธิ์ไม่เท่ากัน เหมือนนักมวยรุ่น Flyweight กับ Heavyweight จะไปเท่ากันได้อย่างไร หรือแมวจะมีกำลังเท่ากับเสือก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นกำลังฤทธิ์จะแตกต่างตามกำลังบุญของเจ้าของ

แล้วต้องคุยกับเขาบ่อย ๆ ต้องพูดกับเขาเรื่อย ๆ บ่อย ๆ เขาฟังได้เป็นสิบ ๆ เรื่อง เขาไม่ได้มีกายเดียว แต่สามารถปาฏิหาริย์กายได้นับไม่ถ้วน คุณยายท่านสอนเขาไว้หมดแล้ว เขารู้เรื่องหมด บอกได้ หลาย ๆ เรื่อง แต่ให้บอกเรื่องหลัก ๆ ก่อน เช่น ขอให้คนนั้นคนนี้ทำ แผ่นทอง ถ้าอยากได้อะไรเร็ว ๆ ก็ต้องเห็นเขาชัดใสแจ่มก่อน กายสิทธิ์เขาจะรู้ว่าเรารักเขาจริง ถ้ารักกันจริงอะไรก็ยอม ถ้าเรานึกให้เขาสว่าง ๆ ให้กายเขาสวย ๆ เขายิ่งชอบมาก เพราะกายสิทธิ์เกิดขึ้นด้วยด้วยบุญฤทธิ์ คือ อานุภาพแห่งบุญ เกิดขึ้นมาแบบไม่มีพ่อไม่มีแม่ จึงเรียกว่ากายสิทธิ์

พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย
www.dhamma01.com/book/81

Leave a Comment

Your email address will not be published.