อาหารและโอชารส

อาหารและโรค ๑

พุทธบัญญัติ เภสัช ๕ “อนึ่ง เภสัชใด ควรลิ้มสำหรับภิกษุผู้เป็นไข้ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ภิกษุรับประเคนเภสัชนั้นแล้ว พึงเก็บไว้ฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างมาก ให้เกินกำหนดนั้นไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์” ที่มา นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ เบญจโครส คือรสนมโค ๕ อย่าง เอานมโคทิ้งไว้ให้เปรี้ยว เรียกว่า นมเปรี้ยว เอานมเปรี้ยวมาเคี่ยวให้ขัน เรียกว่า นมข้น นมข้นมีรสอันหนึ่งเมื่อมาเคี่ยวให้แข็งเป็นก้อนเรียกว่า เนยก้อน มีรสอย่างหนึ่ง เอาเนยก้อนมาเจียวให้ใส มีรสอย่างหนึ่ง รสนม รสนมเปรี้ยว รสนมที่เคี่ยวเหมือนน้ำตาลองุ่น รสนมที่เป็นก้อนและเจียวเป็นนมใส นั้นรวมเรียกว่า เบญจโครส ตัดตอนจากโอวาท พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) กัณฑ์ที่ ๒ โพธิปักขิยธรรมกถา อริยอัฏฐังคิกมรรค

อาหารและโรค ๒

บันทึกข้อมูลแพทย์แผนปัจจุบัน (กำลังรวบรวมข้อมูล)  คลิกลิงค์ o วิตามินที่ละลายในไขมัน การทำงานร่วมกันของ วิตามิน A และวิตามิน Eการทำงานร่วมกันของ วิตามิน D และ วิตามิน K เอนไซม์ละลายลิ่มเลือดจากถั่วนัตโตะการสลายหลอดเลือดอุดตันด้วยวิตามิน K2 จากถั่วนัตโตะผลิตภัณฑ์แคลเซียมจากเปลือกไข่กับถั่วเน่า (นัตโตะ) ทำงานร่วมกันเพิ่มมวลกระดูกได้อย่างไร o AUTOPHAGY การอดอาหาร ความหิว กระตุ้นการกินตัวเองของเซลล์ เพื่อรีไซเคิลเซลล์ที่เสียหาย เป็นกระบวนการฟื้นฟูเซลล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย o แอปเปิ้ลไซเดอร์ กำจัดกรดแลกติก ทำให้หายเมื่อยล้า และหลับลึกได้อย่างไร ทำให้วัฎจักรเครบทำงานสมบูรณ์ ส่งผลให้เลือดเข้าสู่ภาวะปกติ, ทำให้การหลั่งฮอร์โมน ACH ของต่อมหมวกไต เข้าสู่ภาวะปกติ, ทำให้ระบบประสาทอัติโนมัติทำงานปกติ o พลูคาว ฆ่าเชื้อไวรัส, สารเบต้ากลูแคนจากผนังเซลล์ของยีสต์ กระตุ้นไขกระดูกผลิตสเต็มเซลล์ของร่างกาย o แคลเซียมอิออน (จากเปลือกไข่ดิบ) งานวิจัยแคลเซียมต้านแบคทีเรีย รักษาผักให้สดนานนับเดือนบทความต่างประเทศ แคลเซียมอิอนทำงานในระดับเซลล์ ต้านเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้อย่างไรผลิตภัณฑ์แคลเซียมจากเปลือกไข่กับถั่วเน่า (นัตโตะ) …

อาหารและโรค ๒ Read More »

จากข้าวยุคต้นกัป จนมาถึงเม็ดข้าวยุคนี้

เรียบเรียงโอวาท (21:04) สูงขนาดยางนา สูงขนาดยอดโดม (เจดีย์) เวลาที่ตั้งตรง พอรวงสุกจะโค้งลงมา พอที่มนุษย์ยุคนั้นเก็บได้ (เด็ดได้) เม็ดหนึ่งกินได้ 3-5 คน โดยไม่ต้องหุงต้ม สีเหลืองอมขาว กินแล้วนุ่ม จะมีรสโอชามาก คือมีวิตามินต่างๆ รวมอยู่ในนั้น รสชาติหอมหวานมันนำ มีเค็มนิดๆ เหมือนข้าวเหนียวมูน กินแล้วทำให้ดับความหิว ดับความกระหาย ดับความกระสับกระส่าย ดับความเหน็ดเหนื่อย ทนร้อนทนหนาว ร่างกายจะแข็งแรง เป็นรองเฉพาะสุทธาโภชน์ หรืออาหารทิพย์บนสวรรค์ นั่นอร่อยมาก เหมาะสำหรับเทวดา สุทธาโภชน์กินแล้วดับความกระหาย ดับความหิว ดับความกระสับกระส่าย ทุรนทุราย ดับความเหน็ดเหนื่อย และแปลกดับความกระสันต์ ความกำหนัดยินดีในกาม ดับความเกียจคร้าน ทนหนาวทนร้อน ดับความโกรธ ดับความเข้าไปผูกโกรธ ดับความวิวาท ดับความส่อเสียด กินแล้วอารมณ์ดีสบาย มีความสุข มียิ่งกว่านี้ จำได้แค่นี้น่ะ นอกจากมีรัศมีเปล่งปลั่งมีแสงออก ยังเป็นดังที่ว่่าไว้ เป็นที่รวมของวิตามิน ของโอชารส เพราะฉะนั้นมนุษย์ยุคนั้นอายุยืน แข็งแรง เป็นอยู่ได้ด้วยข้าวอย่างเดียว …

จากข้าวยุคต้นกัป จนมาถึงเม็ดข้าวยุคนี้ Read More »

กัณฑ์ ๑-๕ โลกวิทู

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ โลกวิทู โลกวิทู แปลว่า รู้แจ้งซึ่งโลก โลกแบ่งออกเป็น ๓ คือ สังขารโลก สัตว์โลก โอกาสโลก โลกทั้ง ๓ นี้ สมเด็จพระบรมศาสดาทรงรู้แจ้งหมด รู้ถึงความเป็นไปของโลกเหล่านี้โดยละเอียดด้วย จึงได้พระนามว่า โลกวิทู คำว่า โลก หมายความว่า เป็นที่ก่อแห่งสัตว์ หรือนัยหนึ่งว่า เป็นที่ก่อผลแห่งสัตว์ ซึ่งว่าเป็นที่ก่อแห่งสัตว์ก็คือ เป็นที่เกิด ที่อยู่แห่งสัตว์ ที่ว่าเป็นที่ก่อผลแห่งสัตว์ก็คือ เป็นที่ซึ่งสัตว์ได้อาศัย ก่อกุศลและอกุศล ว่าโดยเฉพาะโลกมนุษย์ เป็นที่มนุษย์อาศัยสร้างบุญ แล้วก็ได้ผลไปบังเกิดในสวรรค์ หรือบำเพ็ญบารมี แล้วส่งผลไปสู่นิพพาน ดั่งเช่น องค์สมเด็จพระศาสดา ถ้าสร้างบาปแล้ว ก็เป็นผลให้ไปเกิดในนรก สังขารโลก คือ โลกที่มีอาหาร เป็นปัจจัยปรุงแต่ง ได้แก่ คำว่า อาหารฏฺฐิติกา สัตว์อยู่ได้เพราะอาหารปรนปรือ อาหาร แปลว่า ประมวลมา หรือเครื่องปรนปรือ …

กัณฑ์ ๑-๕ โลกวิทู Read More »