หนังสือ ง่ายแต่ลึก ๑

วิธีแก้กดลูกนัยน์ตา

อย่าควานหาอะไรในที่มืดจะตึ๋งหนืดฝืดใจไม่ไปไหนหัวจะมึนตาจะมัวสลัวในไม่แจ่มใสใจไม่หยุดหงุดหงิดฟรีเหมือนคั้นนํ้าจากหินหรือดินเหนียวจะแห้งเหี่ยวหัวโตหมดราศีเลิกเถิดนะอย่าทำลูกคนดีทำตามที่พ่อแนะนำฉ่ำใจเอยตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…ทีนี้สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการเอาลูกนัยน์ตากดลงไปดูในท้องเพราะว่ารักษากฎเกณฑ์มากเกินไปว่า จะต้องทำอย่างนี้ ผิดจากนี้มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ แต่วิธีการมองทำไม่เป็น ก็กดลูกนัยน์ตาไปดูทำให้ตึงเครียดขึ้นในระบบประสาทและกล้ามเนื้อตึงไปหมด พอตึงเครียดเข้า นั่งก็เมื่อย ไม่มีความสุข ออกมาก็ไม่สบายเหนื่อย เมื่อย ยิ่งได้ยินคนอื่นเขานั่งแล้วได้ผล ยิ่งกลุ้มใจ บางครั้งก็น้อยใจว่า เราคงไม่มีบุญวาสนาในการเข้าถึงธรรมแน่ แต่น้อยใจก็ยังทำอยู่ด้วยวิธีการเดิม เกร็ง ๆ เครียด ๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากติดตรงนี้มาหลายปีนะ ให้ทิ้งกฎเกณฑ์ทั้งหมดไปก่อน ลืมไปเลยว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อยู่ตรงไหน ลืมไปก่อนนะลูกนะ ลืมไปเลย ไม่ผิดวิธีหรอก หลวงพ่ออยู่ทั้งคนเดี๋ยวจะตะล่อมให้เข้ากลางให้ได้ ไม่ต้องกลัว ลืมไปเลย หลับตาให้สบาย ๆ ไม่นึกว่าเราจะเห็นอะไร ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น คลี่คลายระบบประสาทของเราเสียก่อนสบาย ๆ ใจไปอยู่ตรงไหนก็ช่างมัน แล้วให้มันนิ่ง ๆนุ่ม ๆ สบาย ๆ จะอยู่ตรงไหนก็ได้ ไม่ผิดวิธีนะลูกนะให้มันสบาย ๆ ซะก่อน แล้วก็สมมติว่า ขอบฟ้าทั้งหมดรอบตัวเรากลม ๆนั่นแหละ คือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และตัวเราใสเหมือนกับเพชรอยู่กลางพอดีเลย คิดเพียงแค่นี้คิดทีเดียว …

วิธีแก้กดลูกนัยน์ตา Read More »

มองผ่านๆ

  ตั้งใจมองให้เห็นก็ไม่เห็น ว่าไม่เห็นมันก็เห็นตอนทีเผลอ จะให้ทำอย่างไรดีนะเออ ถ้าอยากเจอต้องมองไปอย่างนั้นเอง ตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………) …ทีนี้เรามาดูตรงนี้ที่มันยากว่าจะทำใจอย่างไรมาหยุดอยู่ที่ฐาน ที่ ๗ เพราะเราไม่คุ้นเคยเลยที่จะเอาใจมาอยู่ตรงนี้ มันมีแต่ออกไป ทางลูกนัยน์ตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย นึกคิดเรื่อยเปื่อย ไป แต่พอให้เอามาอยู่ตรงนี้ที่ฐานที่ ๗ มันยาก ยากตอนแรก ๆ ยากสำหรับผู้ใหญ่ ง่ายสำหรับเด็กเพราะว่า เด็กนั้น ระบบประสาทของเขาทั้งกายวาจาใจยังบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่ได้ รับการหล่อหลอมด้วยระบบของความคิด คิดว่าจะเอาอย่างไร จะ ทำอย่างไร เอาที่ไหน เอากับใคร อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น มัน เลยทำให้ใจฟุ้ง พอยิ่งอายุผ่านกาลเวลามามากเข้าก็คุ้นเคยจนชิน เพราะ ฉะนั้นระบบประสาทจิตใจจึงไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ มักจะหมอง คือ ถ้าคิดออกว่า จะเอาที่ไหน เอากับใคร เอาอย่างไร มันก็ไม่มีปัญหา ไม่มีแรงกดดัน แต่ถ้าคิดไม่ออก มันก็มีแรงกดดัน …

มองผ่านๆ Read More »

Let it be

อยากเห็นหยุดอยากไซร้ อย่ามีหยุดนิ่งสนิทให้ดี จึ่งได้หากอยากสักล้านปี นั่งเมื่อย เทียวนาหยุดอย่างเดียวนิ่งไว้ ไม่ช้าธรรมใสตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…ทีนี้บางคนจะเอาใจไปไว้ในท้อง รู้สึกมันก็ยังยากอยู่ดีถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ เราหลับตาเฉย ๆ สบายตรงไหน เอาตรงนั้น คล้าย ๆ กับศูนย์กลางกายมันขยายไปแล้ว โตเท่ากับสภาธรรมกายสากล แล้วเราเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางกายแล้วทั้งก้อนกายนั่น ซึ่งความจริงตรงนั้นความรู้สึกเราอาจจะอยู่ที่ลูกนัยน์ตาก็ช่างมัน มันสบายตรงนั้นเราก็เอาตรงนั้นก่อน เหมือนเราไปนั่งอยู่ในศูนย์กลางกายทั้งตัว ถ้าอย่างนั้นมันจะไม่มึนศีรษะ จะนิ่ง แล้วก็รักษาอย่างนั้นน่ะ ปล่อยให้มันเป็นไป Let it be ทีนี้บางทีแสงสว่างมันก็แวบเกิดขึ้นที่หางตาบ้าง หัวตาบ้างข้างหน้าบ้าง หรือบนศีรษะบ้าง เราก็ยังคงนิ่งอย่างเดิม ไม่ต้องไปดึงลงมาไว้ในท้อง แสงสว่างอยากอยู่ตรงไหนก็ปล่อยไปก่อน ตามใจเขาไปก่อน เดี๋ยวเขาก็จะตามใจเรา เราก็นิ่งเฉย ๆ การที่แสงสว่างเกิดขึ้นแม้ไม่ถูกที่ที่เราต้องการก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แสดงว่าเราเริ่มชนะความมืดในใจไปในระดับหนึ่งแล้วเหมือนลมที่ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายเมฆที่บดบังดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ให้นิ่งต่อไปอีกอย่างเบาสบาย ผ่อนคลาย ไม่คาดหวังว่าจะเห็นอะไร เห็นไม่เห็นก็ไม่เห็นจะเป็นไร เราทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ แค่นั้นเอง ยิ่งเราไม่อยากได้อะไร เราจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ นี่ก็เป็นเรื่องแปลก วางใจนิ่งเฉย ๆ ไม่ผูกพันกับคนสัตว์สิ่งของ เพราะว่าคนก็ดีสัตว์ก็ดี …

Let it be Read More »

คิดพูดเรื่องละเอียด ใจละเอียด

เพียงแค่สองอย่างนี้ จำไว้หนึ่งถูกวิธีไซร้ ทุกขั้นสองหมั่นขยันให้ ต่อเนื่องลูกจักได้ธรรมนั้น เที่ยงแท้แน่นอนตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………) …ลูกทุกคนคงจำได้ว่า ไม่มีทางลัดอื่นใด นอกจากความเพียรพยายาม ทำอย่างถูกวิธี ให้มีสติ มีความสบาย แล้วก็สมํ่าเสมอทุกวัน อย่าให้ขาด ให้มีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลาง ที่เราจะต้องประคับประคองใจให้อยู่ภายในทั้งวัน ไม่ว่าเราจะประกอบสัมมาอาชีวะหรือทำภารกิจอะไรก็ตาม จะอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ขับถ่าย เหยียดแขน คู้แขน นั่ง นอน ยืน เดิน อะไรก็แล้วแต่ ถ้ารักที่จะเข้าถึงธรรมถึงพระรัตนตรัยในตัว ต้องหมั่นประคองใจนะลูกนะ แล้วก็ต้องใจเย็น ๆ ใจใส ๆ มีสติ มีความสบาย มีความสมํ่าเสมอ ใจที่หยาบก็จะค่อย ๆ ละเอียด มันไม่ใช่ฮวบฮาบละเอียดขึ้นมาเลย จากหยาบก็มาละเอียด จากละเอียดน้อยก็ค่อย ๆ มา ละเอียดมาก จนกระทั่งค่อย ๆ โล่ง โปร่ง เบา สบาย ตัวขยายเห็นแสงสว่าง …

คิดพูดเรื่องละเอียด ใจละเอียด Read More »

หลับในอู่ทะเลบุญ

ก. ไก่แก้วกู่ก้อง กังวานข. ขับเสียงเอ้กขาน เจื่อยแจ้วค. คนฟังเสียงหวาน คล้ายมรรค แปดเฮยง. ง่วงหายหมดแล้ว ลุกขึ้นภาวนาตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………) …ในอิริยาบถนอนพักผ่อน เราคุ้นเคยกับการนอนวันละ ๖ชั่วโมงบ้าง ๗ – ๘ ชั่วโมงบ้าง คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราไม่ได้หลับจำนวนชั่วโมงขนาดนี้ มีความรู้สึกว่าเหมือนกับเราพักผ่อนไม่เต็มที่เลยกลายเป็นความกังวลไป จริงๆ แล้วการหลับแบบนี้ ยังไม่ใช่เป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์ บางครั้งเรายังฝัน ตื่นมายังเมื่อย ยังซึม ยังมึนก็มี การหลับที่สมบูรณ์ คือ ใจต้องหลับอยู่ในกลางสมาธิ อยู่ในกลางอู่แห่งทะเลบุญที่โล่งๆ ว่างๆ ลื่นไหล เข้ากลาง มีความสว่าง มีดวง มีองค์พระ เราอยู่กับตรงนั้นไปเถอะ แล้วลืมไปเลยว่า เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงเหลืออีกกี่ชั่วโมงเราจะหลับแบบปกติ ไม่ต้องไปคำนึงถึง พอตื่นมาตอนเช้า เราสังเกตดูจะเห็นได้ว่ามันไม่มึน ไม่ซึม ไม่เมื่อย ไม่งง นั่นแหละคือการหลับที่สมบูรณ์ เป็นการหลับแบบลึก หลับลึกๆ ที่มีการตื่นตัวภายใน เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ชาวโลกไม่รู้จัก แต่มีอยู่จริงในมนุษย์ทุกๆ คนเหลือแต่เพียงเขาไม่รู้จักแล้วก็ไม่เฉลียวใจว่ามีสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งดีๆอยู่ในตัวของตัว …

หลับในอู่ทะเลบุญ Read More »

ประสบการณ์ ๑ นาที ที่ใจหยุดนิ่ง

หยุดนิ่งจึ่งมากล้น บุญญาหยุดแค่กะพริบตา เท่านั้นสร้างโบสถ์กว่าล้านนา เทียบได้หยุดนี่แหละเกินขั้น ล่วงพ้นกามาวจรตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………) …หลับบ้าง ตื่นบ้าง ฟุ้งบ้างก็ช่างมัน ให้สม่ำเสมอ ฝึกไปเรื่อยๆ ประกอบความเพียรไป โดยไม่ให้มีอะไรมาเป็นข้อแม้ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข เดี๋ยวใจก็จะคุ้นเคยกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗คุ้นเคยกับกลางท้อง คุ้นเคยกับการหยุดนิ่ง หยุดนิ่งแม้เพียงนาทีเดียวนี่ก็คุ้มแล้ว สำหรับการเริ่มต้นนะ สักนาทีหนึ่ง แวบหนึ่ง ให้เราได้รู้จักกับประสบการณ์ภายในว่า ใจหยุดนิ่งเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะเริ่มรู้สึกชอบ เกิดความพึงพอใจ เพราะหยุดนิ่งแค่นาทีเดียวเท่านั้น ความรู้สึกมันจะแตกต่างจากใจไม่หยุดราวฟ้ากับดินเลย เพราะกายมันจะเบา ใจจะเบาสบาย ตัวขยาย แล้วมันจะเบิกบาน แค่นาทีเดียวและเป็นครั้งแรก เราจะลืมไม่ลงเลย แล้วก็จะเกิดความรู้สึกว่า มันคุ้มกับการที่เราขยันในการทำความเพียร เหมือนเป็นรางวัลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีความเพียรอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ให้มีอะไรมาเป็นอุปสรรค แค่นาทีเดียวเท่านั้นก็คุ้มแล้ว แล้วถ้านาทีนั้นหยุดนิ่งได้สมบูรณ์แล้วมันสว่าง แสงสว่างแห่งความบริสุทธิ์ของดวงจิตที่สงัดจากกาม จากบาปอกุศลธรรมจากนิวรณ์ทั้ง ๕ สว่างแค่แวบเดียว นาทีเดียว บุญที่เกิดขึ้นจากความสว่างนั้นมันมากกว่าบุญที่เราเอาทรัพย์ไปสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร ศาลาการเปรียญ สร้างวัดวาอาราม ซึ่งจะต้องใช้ทรัพย์มากแต่มันเป็นบุญคนละประเภทกันนะ แต่ได้มากกว่า เพราะว่าเป็นต้นทางไปสู่พระนิพพาน ประสบการณ์ ๑ นาทีนี้ หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกคนได้รู้จักได้พบ …

ประสบการณ์ ๑ นาที ที่ใจหยุดนิ่ง Read More »

ทำลายสุสานแห่งความกลัว

กระรอกวิ่งไม่วิ่งเหมือนชะมดวิ่งแล้วหยุดร้อง “อด อด” กระดกหางนั่งธรรมะเดี๋ยวทำเดี๋ยวทิ้งขว้างก็เหมือนอย่างกระรอกน้อย “อด” เหมือนกันอย่าได้ทำเลียนแบบกระรอกน้อยต้องเอ็นจอยหมั่นทำหมั่นขยันฝึกให้มั่นทำให้จริงนิ่งทั้งวันไม่ช้าพลันลูกจะชาญเชิงวิชชาตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…คราวนี้เรามาทำความเข้าใจกันสักนิด มีสิ่งหนึ่งที่มันขวางหัวใจเราอยู่ทุกวันเลย ทำให้เกิดความวิตกกังวล คือ มันมีความรู้สึกลึกๆว่า กลัวจะไม่เห็น กลัวจะทำไม่ได้ กลัวจะทำไม่เป็น ไม่เห็นดวง ไม่เห็นกาย ไม่เห็นองค์พระ ชาตินี้เราคงจะไม่ได้เห็นกับเขามั้ง ยิ่งเรามีภารกิจมาก เรื่องราวก็เยอะ อายุก็ใกล้จะเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม้อยู่ริมน้ำ ในน้ำไปแล้ว ความกลัวเหล่านี้มันฝังใจเรา เป็นสุสานแห่งความกลัวถูกฝังอยู่ในจิตใจเราจนขึ้นสมอง วันนี้เรามาขุดรากเหง้าของความกลัวออกไปเสียให้หมด ทำลายความรู้สึกชนิดนี้ให้หมดไป ทลายกำแพงแห่งความกลัวว่า จะไม่ได้ไม่เห็น ไม่เป็น ให้มันล่มสลายไปเลยนะลูกนะ ความกลัวจะไม่เห็น ไม่ได้ ไม่เป็น มันเหมือนภูเขาหิมาลัยขวางหนทางการเข้าถึงธรรมของเรา มาทำลายมันไปซะ ขุดรากเหง้าแห่งความกลัวที่ฝังอยู่ในสุสานของหัวใจเราออกไปทิ้งเสียให้หมด แล้วให้เชื่อมั่นในตัวเองเชื่อมั่นอย่างมีหลักวิชชาว่า เราต้องได้ ต้องเห็น ต้องเป็น.. เชื่อนะลูกนะ ต้องเชื่ออย่างมีเหตุมีผล เพราะว่าการที่เรามีกายมนุษย์หยาบทรงอยู่ได้เป็นรูปเป็นร่างนี้เพราะว่ามีดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ใสบริสุทธิ์โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่อยู่ตรงฐานที่ ๖ กลางท้องของเรา ในระดับเดียวกับสะดือ สมมติว่า เราหยิบเส้นด้ายขึ้นมา ๒ เส้น นำมาขึงให้ตึงเส้นหนึ่งขึงจากสะดือทะลุไปด้านหลัง อีกเส้นหนึ่งขึงจากด้านขวาทะลุไปด้านซ้าย ให้เส้นด้ายทั้งสองตัดกันเป็นกากบาท จุดตัดเล็กเท่ากับปลายเข็ม …

ทำลายสุสานแห่งความกลัว Read More »

ประโยชน์ของสมาธิ

ตรึกให้ได้ตลอดเวลานะลูกนะมองดูพระมองดูดวงช่วงไสวอิริยาบถทั้งสี่นี้เรื่อยไปแต่อย่าใช้นัยน์ตาเวลามองทำเหมือนว่าไม่มีหัวและดวงตามีเพียงหนึ่งกายาและใจสองค่อยค่อยหยุดค่อยค่อยนิ่งค่อยค่อยมองเดี๋ยวจะร้องก้องฟ้า สุขจังเล้ยตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…ตั้งใจหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะ หลับตาเบาๆ พอสบายๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายของเรา ทั้งเนื้อทั้งตัวให้รู้สึกสบาย ปรับท่านั่งให้ถูกส่วน ขยับเนื้อขยับตัวของเราให้ดีนะ แล้วก็ทำใจของเราให้เบิกบานแช่มชื่น ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสไร้กังวลในทุกสิ่ง ให้ปลดปล่อยวาง คลายความผูกพันจากคนสัตว์สิ่งของ แล้วก็รวมใจไปหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗อย่างเบาสบาย แล้วก็ผ่อนคลาย ให้นึกถึงบุญทุกบุญที่เราทำผ่านมานับภพนับชาติไม่ถ้วนจนกระทั่งถึงปัจจุบันชาติ รวมทุกๆ บุญ บุญเล็ก บุญน้อย บุญปานกลาง บุญใหญ่ บุญทุกชนิด ทั้งสาธารณกุศลสงเคราะห์โลก สร้างโบสถ์ วิหารศาลาการเปรียญ ทอดกฐิน ผ้าป่า ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา เป็นต้น รวมมาเป็นดวงบุญใสๆ กลมรอบตัวเหมือนดวงแก้ว ใสบริสุทธิ์ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีตำหนิเลย สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน แต่ว่าใสเย็นเหมือนแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ให้นึกเบาๆ อย่างสบายๆ นึกด้วยความปลื้มปีติว่า วันเวลาที่ผ่านมาเราได้สั่งสมบุญบารมีของเราเอาไว้ ติดอยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทั้งในมนุษย์และในเทวโลก ให้เรานึกอย่างนุ่มๆ นิ่งๆ เบาๆ สบายๆ อย่าไปเค้นภาพอย่าไปเน้น ให้นึกอย่างนุ่มนวล แล้วก็ผ่อนคลาย ทำใจให้ใสๆเย็นๆ เกิดเราเผลอไปเน้นภาพ เราก็เผยอเปลือกตาขึ้นมานิดหนึ่งเหมือนเราปรือๆ …

ประโยชน์ของสมาธิ Read More »

แผ่เมตตาและอธิษฐานจิต

ไม่ได้ไม่เลิกร้าง ราไกลทิ้งชีพนิ่งลงไป กลางนั้นฟ้าถล่มดินทลาย ไม่เลิกนิ่งหยุดลุยสะบั้น กว่าเข้าถึงธรรมตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…ให้ผ่อนคลายทั้งเนื้อทั้งตัว แล้วก็นึกถึงบุญที่เราทำผ่านมานับภพนับชาติไม่ถ้วนมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ที่เราได้มานั่งฟังธรรมกัน ได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย มารวมเป็นดวงบุญใสๆ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งอยู่ในกลางท้องของเรา เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือเป็นดวงบุญที่ใสบริสุทธิ์ ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีตำหนิเลยหรือใสเหมือนน้ำแข็ง เหมือนกระจกคันฉ่องที่ส่องเงาหน้า ให้ใสบริสุทธิ์กลมรอบตัวเหมือนดวงแก้ว สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันใสเย็นเหมือนแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ให้ใจหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ ไปที่กลางดวงบุญนั้นที่อยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา แม้ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร เพราะดวงบุญก็มีอยู่แล้วในตัวของเรา ต่างแต่ว่าเป็นของที่ละเอียดบริสุทธิ์ เราจะเห็นได้เมื่อใจของเราละเอียดเท่ากับดวงบุญนั้น ซึ่งใจจะละเอียดได้นั้นก็ต้องหยุดใจนิ่ง นุ่ม เบาสบายอย่างต่อเนื่อง พอถูกส่วนก็จะเห็นเอง เกิดขึ้นที่กลางกายใสบริสุทธิ์ประดุจเพชรหรือยิ่งกว่านั้น ใสเกินความใสใดๆ เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้าเพราะฉะนั้นให้เอาใจหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ แล้วก็ทำความรู้สึกเหมือนตัวของเราขยายใหญ่ขึ้น ดวงบุญของเราก็ขยายใหญ่ขึ้นครอบคลุมตัวของเรา ขยายใหญ่ขึ้นครอบคลุมสมาชิกภายในบ้านของเรา หรือผู้อยู่ที่ใกล้เคียง ให้ทุกคนได้รับกระแสธารแห่งบุญนี้ และทำให้เกิดความบริสุทธิ์ และความสุขขึ้นมาในใจ นึกขยายให้ครอบคลุมบ้านของเรา เพื่อนบ้านของเรา ไปทั่วหมู่บ้าน นึกขยายให้ครอบคลุมไปถึงตำบล ให้คนทั้งตำบล …

แผ่เมตตาและอธิษฐานจิต Read More »

นิวรณ์ ๕

หากซึ้งคำพ่อได้ สั่งสอน จงอย่าได้เกี่ยงงอน ค่ำเช้า ทั้งยืนนั่งเดินนอน หมั่นตรึก ระลึกถ้อยพุทธเจ้า ย่างก้าวเดินตาม ตะวันธรรม ตั้งใจหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะ อากาศกำลังเหมาะสมในการเข้าถึงธรรม หลับตาเบาๆ สบายๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย ขยับเนื้อขยับตัวของเราให้ดี ขยับตัวสบายๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย อย่าให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งเกร็งนะ แล้วก็ต้องแก้ที่ติดนิสัยเอาลูกนัยน์ตากดลงไปดู เวลาหลับตาแค่ปิดเปลือกตา แล้วก็ช้อนตาเหลือกค้างขึ้นไป จะได้ช่วยแก้ที่กดลูกนัยน์ตาลงไปดูในท้อง เราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้ตาเนื้อ เพราะเวลาแสงสว่างหรือภาพภายในเกิดขึ้น มันไม่เกี่ยวกับลูกนัยน์ตาเลย แล้วเป็นไปไม่ได้ที่ตาเนื้อจะไปเห็นอะไรในท้อง ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ ตาเนื้อก็เหมาะสำหรับมองวัตถุภายนอก ไม่เหมาะสำหรับจะกดเข้าไปดูภาพภายใน ให้สังเกตร่างกายของเรา เขาจะบอกเราเองว่ามันไม่ใช่ คือ พอคิ้วขมวด มันตึงบริเวณกระบอกตา หน้าผาก เกร็งทั้งเนื้อทั้งตัว นั่งแล้วรู้สึกเวลามันนานเหลือเกิน หรือรู้สึกเบื่อ ท้อ อย่างนี้ไม่ใช่แล้ว อย่าฝืนทำต่อนะ ให้รีบปรับใหม่ เริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ เรายอมเสียเวลาเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ ตรงนี้สักนิดหนึ่ง จนกว่าเราจะปรับกายและใจเป็น ถ้าทำเป็นแล้วทุกอย่างก็ไม่ยาก หรือยากไม่มาก มันยากพอสู้ คือถ้าสู้แล้วมันก็ไม่ยาก ถ้าเรารู้หลักวิธีการแล้ว มันอยู่ที่ตรงนี้ เพราะว่าพระธรรมกายก็มีอยู่แล้วในตัวของเรา กายภายในก็มีอยู่ ดวงธรรมก็มี …

นิวรณ์ ๕ Read More »

ยอม หยุด เย็น

ตรึกแก้วต้องนึกน้อม เบาเบา แค่ว่ามีในเรา อยู่แล้ว อย่าตรึกเพ่งเขม็งเอา จริงเน้อ เดี๋ยวเครียดเพราะตรึกแก้ว เพ่งแล้วกลางกาย ตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………) …ตรึก ก็คือการนึกถึงดวงใสๆ อย่างสบายๆ คล้ายๆ กับเรานึกถึงสิ่งที่เราคุ้นเคย หรือสิ่งที่เรารัก ถ้าคุ้นเคยมากเห็นจนเจนตาก็จะนึกได้ง่าย รักมากก็นึกได้ง่ายเหมือนกัน ให้นึกคล้ายๆ อย่างนั้น ไม่ใช่เพ่งลูกแก้ว ไม่ใช่ไปเค้นภาพ ให้นึกเบาๆ สบายๆ นึกได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นไปก่อน นึกไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆ ไม่ต้องเร่งร้อน ทำใจให้ใสบริสุทธิ์เยือกเย็น แม้ไม่ชัดเจนก็ไม่เป็นไร ชัดแค่ไหนก็เอาแค่นั้นไปก่อน แล้วก็นึกให้ต่อเนื่อง อย่าให้เผลอจนกระทั่งใจแวบไปคิดเรื่องอื่น แต่ถ้าอดไปคิดเรื่องอื่นไม่ได้ ก็ปล่อยมันไป ช่างมัน อย่าไปรำคาญ อย่าไปกังวล อย่าไปคิดว่าความฟุ้งเป็นอุปสรรคต่อการนั่ง ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น เฉยๆ คือ พอรู้ตัวเราก็ดึงใจกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ ยอมเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ คล้ายๆ กับนักเรียนอนุบาล ยอมตรงนี้ไปก่อน ส่วนมากมักจะยอมกันไม่ค่อยได้ เพราะยอมไม่ได้จึงเกิดปัญหา ทำให้การปฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้า อย่าฟังผ่านนะลูกนะ ตรงนี้สำคัญ เพราะความไม่ยอม บางทีติดมา …

ยอม หยุด เย็น Read More »

๔ ส. สำเร็จ

จำคำนี้ “สักแต่ว่า” นะลูกเอ๋ยจะเปิดเผยสิ่งล้ำค่าให้ลูกเห็นเห็นความมืดติดตาอย่าลำเค็ญสักแต่ว่าฉันเห็นก็เป็นพอนิ่งเบาๆ ต่อไปใจนิ่งนิ่งเดี๋ยวก็ปิ๊งใสแจ๋วจนร้องอ๋อเพิ่งเข้าใจ “สักแต่ว่า” วันนี้นอช่วยบอกต่อ “สักแต่ว่า” ค่าล้ำจริงตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)… หยุดแรก นี่จะยากสักนิด ก็ไม่ใช่ยากมาก ยากนิดหน่อย แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ทำความเพียรให้สม่ำเสมอ ต้องมีสติกับสบาย สม่ำเสมอแล้วก็สังเกต๔ ส. นี้ ต้องจำให้ดี สติ ก็คือการดึงใจกลับมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ตลอดเวลาเลยทำอย่าง สบายๆ คล้ายๆ กับเรานึกถึงเรื่องราวที่เราชอบคือนึกแล้วมันไม่มึน ไม่ซึม ไม่ตึง ระบบประสาทกล้ามเนื้อต้องไม่เกร็ง ไม่เครียด ต้องผ่อนคลายแต่ที่ไม่สบายก็เพราะเราเอาลูกนัยน์ตากดลงไปดูเพราะเราคุ้นเคยและก็ชินว่าการที่จะมองภายในนั้นต้องกดลูกนัยน์ตา ต้องเหลือบตาลงไปถ้าเหลือบเฉยๆ มันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าตั้งใจเกินไปมันก็จะแรงกดลงไปโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เราก็นึกว่าเรามองธรรมดา แต่จริงๆ แล้วเรากำลังกดลูกนัยน์ตา สม่ำเสมอ คือทำให้ได้ทุกวัน ทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดินหรือว่าถ้ามันมากไปก็เอาแค่สองเวลา คือ หลับตากับลืมตา หรือหายใจเข้าหายใจออกก็ได้ สังเกต คือเวลาเลิกนั่งสมาธิแล้วให้หมั่นสังเกตว่า เราทำถูกหลักวิชชาไหมถ้าไม่ถูกก็ปรับปรุงแก้ไข ถ้าถูกก็ทำให้เจริญขึ้น คล่องขึ้น ให้ชำนาญขึ้น สักวันหนึ่งก็จะเป็นวันสว่างของเรานะลูกนะ …

๔ ส. สำเร็จ Read More »

เฉยในทุกประสบการณ์

เมื่อดวงตาปิดสนิทอย่างละมุนไม่มีลุ้นเร่งจ้องมองที่หมายก็จะพบผู้รู้อยู่กลางกายธาตุอ่อนแก่มากมายถึงปลายทางยิ่งกว่าได้ดื่มสวรรค์อันเอมโอษฐ์รสแห่งธรรมชนะโลดไม่ขนาง*(สงสัย)รสอะไรไม่อาจสู้กลางของกลางลองเข้าถึงดูบ้างจะรู้เอง!ตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…พยายามฝึกไป แล้วก็ปรับใจไปด้วย ทำอย่างไรจึงรู้สึกพอดีแม้มืดก็มีความสบาย ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ก็ให้รักษาอารมณ์นั้นเรื่อยไปเลย จนกระทั่งใจนิ่งได้นานขึ้น แต่มันก็ยังมืดอย่างเดิม นิ่งนานแต่ก็มืด แต่ว่านิ่ง นุ่ม แล้วก็นาน มันก็จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เหมือนว่า เวลา ๑ ชั่วโมง แต่ก่อนเรานั่งไปรู้สึกทำไมยาวนานเหลือเกิน เมื่อไรจะถึงชั่วโมงสักที แต่ถ้าเราวางใจเป็น นิ่งๆนุ่มๆ นานขึ้น มีความรู้สึกว่าเวลาหมดไปเร็วแต่มันก็ยังมืดอยู่ อย่าง นั้นก็ถือว่าก้าวหน้านะ ถือว่าดีขึ้นเยอะ ก็ให้ดีใจไว้เถอะว่า เราทำถูกหลักวิชชาแล้ว ทำต่อไปอีก นิ่ง…นุ่ม…นาน หรือบางช่วงรู้สึกบางส่วนของร่างกายหายไป มือบ้าง เท้าบ้างขาบ้าง ศีรษะบ้าง แม้บางส่วนหายไปก็อย่าตกใจ นั่นแสดงว่าใจเราเริ่มรวมแล้ว ตรงไหนบริสุทธิ์ก่อนก็จะหายไปก่อน ก็ค่อยๆ บริสุทธิ์ไปเรื่อยๆ บางคนมาฝึกใหม่ ไม่คุ้นเคยกับประสบการณ์อย่างนี้ พอส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหายไป เกิดความกลัวเลยลืมตา ซึ่งน่าเสียดายแต่ก็ไม่เป็นไร ดังนั้นก็มีข้อแนะนำว่า ให้ทำเฉยๆ อย่าลืมตา อย่าขยับตัว แล้วไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ปล่อยมันไป ทำเฉยๆ แล้วก็นิ่งอยู่ที่เดิม มันก็ค่อยๆ ขยายส่วนที่หายออกไปเพิ่มขึ้นจนกระทั่งหายหมดทั้งตัวเลย …

เฉยในทุกประสบการณ์ Read More »

วิธีปฏิบัติให้เข้าถึงประสบการณ์ภายใน

หากชีวิตว่างเว้น กายธรรมมีอยู่ก็มืดดำ หม่นไหม้เหมือนชีพถูกจองจำ ด้วยโซ่เกิดแก่ตายเปล่าไซร้ โอ่ โอ้ เสียดายตะวันธรรม ต่อจากนี้ไปให้ลูกทุกคนหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะหลับตาเบาๆ พอสบายๆ คล้ายกับตอนที่เราใกล้จะหลับอย่าไปบีบเปลือกตา อย่ากดลูกนัยน์ตานะ ให้หลับตาเหมือนเราปรือๆ ตานิดหน่อย หลับตาสักค่อนลูก ในระดับที่เรารู้สึกว่าสบาย และก็ผ่อนคลายไปทั้งเนื้อทั้งตัวต้องปรับการหลับตานี้ให้ถูกต้องนะ สำคัญมากแล้วก็ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายของเรา ทั้งเนื้อทั้งตัวตั้งแต่กล้ามเนื้อบนใบหน้า ศีรษะ ลำคอ บ่า ไหล่ แขนทั้งสอง ถึงปลายนิ้วมือ ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว ขาทั้งสองถึงปลายนิ้วเท้าขยับเนื้อขยับตัวของเรา ปรับท่านั่งให้ถูกส่วน กะคะเนว่าเลือดลมในตัวของเราเดินได้สะดวก จะได้ไม่ปวดไม่เมื่อยกัน แล้วก็ตรวจตราดูว่า เราผ่อนคลายทั้งเนื้อทั้งตัวจริงไหม หลับตาถูกต้องตามหลักวิชชาไหม ต้องเบาๆ ต้องผ่อนคลาย และทำใจให้ใสๆ เยือกเย็นให้ใจเราบริสุทธิ์ ไม่ผูกพันกับคน สัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน บ้านช่อง สรรพสัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ผูกพัน ให้ปล่อยวาง ทิ้งทุกอย่างปล่อยวางทุกสิ่ง เพราะว่าสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายเป็นแค่เครื่องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันชั่วครั้งชั่วคราวและทุกสิ่งล้วนไปสู่จุดสลาย ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ แม้กระทั่งโลกใบนี้สักวันหนึ่งก็ต้องพินาศไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์บ้าง น้ำบรรลัยกัลป์บ้าง ลมบรรลัยกัลป์บ้าง เป็นต้น ก็ในเมื่อโลกนี้ยังเกิดขึ้น …

วิธีปฏิบัติให้เข้าถึงประสบการณ์ภายใน Read More »

อารมณ์สบายอย่าฟังผ่าน

สิ่งที่พ่อกล่าวแล้ว จงฟังลูกอย่าได้เผลอพลั้ง พลาดได้จำไม่หมดจดยัง ดีจ้ะหมั่นทบทวนเอาไว้ ไม่ช้าเห็นผลตะวันธรรม (เมื่อเราได้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไปตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันนะ…………)…ให้เริ่มต้นจากจุดที่เราพึงพอใจก่อน แล้วมีความพร้อมที่จะวางใจ หรือทำความรู้สึกตรงนั้นไปก่อนอย่างนี้ก็ได้ จะเป็นฐานที่ ๑,๒, ๓, ๔, ๕, ๖ ได้ทั้งนั้น แล้วก็ทำใจให้นิ่งๆ สบายๆ ทีนี้บางคนพยายามจะสร้างอารมณ์สบาย ตะเกียกตะกายหาอารมณ์สบาย แต่ไม่เคยเจอ เลยกลุ้ม อย่างนี้ก็มี หลวงพ่อว่า อารมณ์สบายก็ตาม แสงสว่าง ดวงธรรม องค์พระสิ่งที่ดีๆ มีอยู่แล้วนะ ภายในตัวของเรา แม้อารมณ์สบายที่เราแสวงหา เพราะฉะนั้นไม่ต้องแสวงหา แค่ทำใจให้หยุดนิ่งๆ โดยจะเอาตัวเราอยู่ในศูนย์กลางกาย หรือจะเอาศูนย์กลางกายอยู่ในกลางตัวเราก็ได้ แล้วแต่เราจะชอบจะถนัด ทำนิ่งๆ เท่านั้นเดี๋ยวอารมณ์สบาย อารมณ์ดี อารมณ์เดียวจะมาเอง แค่เราไม่ต้องไปคิดอะไรเลยน่ะ นิ่งๆ เฉยๆ เดี๋ยวก็มา สำหรับบางท่านที่พยายามแสวงหาอารมณ์สบาย ส่วนใครถนัดนึกนิมิตก็ทำไปนะ หลวงพ่อกำลังพูดถึงผู้ที่กำลังแสวงหาอารมณ์สบายและหลวงพ่อกำลังจะบอกว่า ไม่ต้องไปแสวงหา แค่เราทำใจหยุดนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย นิ่งเฉยๆว่างๆ เป็นคนไร้อารมณ์ ตรงไหนก็ได้ โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงฐานต่างๆ ก็ได้ …

อารมณ์สบายอย่าฟังผ่าน Read More »