ธรรมะเพื่อประชาชน

พระโมฆราชเถระ – ผลแห่งอัญชลีกรรม

ผลแห่งอัญชลีกรรม พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย ทรงบำเพ็ญบารมีมายาวนานกว่าที่พระบารมีจะเต็มเปี่ยม กระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในแต่ละภพแต่ละชาตินั้น พระองค์ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นที่จะทำความดีอย่างเดียว โดยไม่มีข้อแม้ข้ออ้างหรือเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตของพวกเราทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ควรจะดูแบบอย่างพระบรมครูของพวกเรา แล้วตั้งใจดำเนินรอยตามพระพุทธองค์ท่าน โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรม ให้ใจเข้าสู่เส้นทางสายกลางอันเป็นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่เดียวที่จะนำพาชีวิตของเราให้เข้าถึงพระนิพพานได้ มีวาระแห่งภาษิตที่มาใน โมฆราชเถราปทาน ความว่า “เราได้ประณมอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว สรรเสริญพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก อนึ่ง สัตว์ผู้มีกุศลเจตนาเหล่าใด คือ สัตว์ที่มีรูปและไม่มีรูป สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในข่ายพระญาณของพระองค์ทั้งหมด พระองค์ทรงถอนโลกอันอาดูร จากความมืดนี้ได้ สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยไปได้ โลกอันอวิชชาห่อหุ้มแล้ว อันความมืดท่วมทับ ทรงกำจัดความมืดได้ ส่องแสงโชติช่วงอยู่ เพราะพระญาณของพระองค์ พระองค์ทรงมีจักษุ เป็นผู้ทรงบรรเทาความมืดมนในใจของสัตว์ทั้งหลาย” พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมของความบริสุทธิ์ สมบูรณ์ด้วยพระคุณทั้งสาม คือ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ทรงเป็นที่เคารพของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ บุคคลใดก็ตาม ที่ได้มีโอกาสสั่งสมบุญกับพระองค์ หรือสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์แล้ว ย่อมจะประสบแต่ความสุขความเจริญไปตลอดเส้นทางแห่งการสร้างบารมี เพราะฉะนั้น นักสร้างบารมีทั้งหลาย จึงไม่เคยมองข้ามการสร้างบุญกับพระพุทธองค์ …

พระโมฆราชเถระ – ผลแห่งอัญชลีกรรม Read More »

พระปัญจหัตถิยเถระ – บูชาดอกไม้เพื่อพระนิพพาน

บูชาดอกไม้เพื่อพระนิพพาน การสั่งสมบุญบารมีเป็นเรื่องหลักที่สำคัญ เราจะต้องหมั่นสั่งสมบุญกันบ่อยๆ เป็นประจำสมํ่าเสมอ เพื่อไม่ให้บาปอกุศลได้ช่อง หากเราไม่หมั่นสั่งสมบุญ จิตใจไม่อยู่ในบุญแล้ว กระแสแห่งบาปอกุศลจะชักนำใจของเรา ให้ตกอยู่ใต้อำนาจอาสวกิเลส การรักษาใจให้ใส ให้สะอาดบริสุทธิ์ ก็เพื่อไม่ให้กระแสบาปเข้ามาปนเป็นได้ การฝึกใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อใจของเราใสบริสุทธิ์ กระแสบุญก็จะเพิ่มพูนทับทวีขึ้น ดังนั้นการสั่งสมบุญและรักษาใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำคู่กันไป มีวาระแห่งสุภาษิตปรากฏอยู่ใน ปัญจหัตถิยเถราปทาน ความว่า “เราทรงดอกไม้ถวายพระมหามุนี ดังศิษย์กั้นร่มถวายอาจารย์ ในกัปที่สามหมื่น เราได้บูชาดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่สองพันแต่กัปนี้ เราได้เป็นกษัตริย์ ๕ ครั้ง และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงพละมาก มีพระนาม หัตถิยะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว” ถ้อยคำอันเป็นสิริมงคลที่หลวงพ่อนำมากล่าวนี้ เป็นพระคาถาของพระอรหันตเถระรูปหนึ่ง ที่ท่านซาบซึ้งในผลแห่งบุญ ในสมัยเมื่อครั้งที่ยังสร้างบารมีอยู่ ท่านเป็นอุบาสกที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เคารพนอบน้อมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา นี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีนักสร้างบารมีสมัยก่อนอีกมาก ที่ท่านมีใจหนักแน่นและเคารพบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย คำว่า …

พระปัญจหัตถิยเถระ – บูชาดอกไม้เพื่อพระนิพพาน Read More »

อธิมุตตเถรเจ้า – ถวายทานนำสู่ความสุข

การเกิดมาสร้างความดีเป็นทางมาแห่งสันติภาพอันไพบูลย์ เพราะการเกิดมาในโลกนี้ ต้องมีการอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจไมตรี หากทุกคนที่เกิดมาตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมจะทำให้สังคมเป็นสังคมที่น่าอยู่ มีแต่ความสุขสงบ ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีรบราฆ่าฟันกันอย่างที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยกระแสแห่งความดี จะเชื่อมประสานรอยร้าวที่เกิดจากความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน หากกระแสแห่งความบริสุทธิ์เกิดขึ้นมากเพียงใด ย่อมจะช่วยให้โลกพบกับสันติสุขได้เร็วขึ้นเพียงนั้น กระแสแห่งความบริสุทธิ์และความดีงามจะขยายออกไปทั่วโลกได้นั้น ต้องออกมาจากใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส และหยุดนิ่งอยู่ภายในกลางกายของทุกๆ คน ดังนั้น การทำใจให้หยุดนิ่งจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตัวเราและชาวโลกทั้งหลาย มีวาระแห่งภาษิตที่มาใน อธิมุตตกเถราปทาน ความว่า “เมื่อพระโลกนาถพระนามว่า อัตถทัสสี ผู้เป็นอุดมบุคคล เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เรามีจิตเลื่อมใส ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ เราทำมณฑปด้วยอ้อยแล้ว นิมนต์พระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติซื่อตรง มีจิตตั้งมั่นเป็นสงฆ์ผู้อุดม ให้ฉันอ้อย เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม เราย่อมครอบงำสัตว์ทั้งหลายด้วยอานุภาพบุญ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรมในกัปที่ ๑,๘๐๐ เราได้ให้ทานใดในครั้งนั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอ้อย คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทาญาณ ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว” *นี่เป็นเรื่องราวของพระอรหันต์รูปหนึ่งที่ท่านได้สร้างบุญใหญ่ไว้ในอดีต การสร้างบุญในเขตแห่งเนื้อนาบุญ คือศาสนา …

อธิมุตตเถรเจ้า – ถวายทานนำสู่ความสุข Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือ การไปสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ในระหว่างที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏอันยาวไกล เกิดเป็นอะไรต่ออะไรมากมาย พระองค์ทรงพบว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ ดังนั้น พระองค์จึงทรงสละราชสมบัติอันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ แล้วทรงแสวงหาหนทางพ้นทุกข์มุ่งสู่พระนิพพาน ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน จึงต้องแสวงหาที่พึ่งเพื่อให้เกิดความอบอุ่นใจและปลอดภัย แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักที่พึ่งที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “มนุษย์เป็นอันมาก เมื่อถูกภัยคุกคามย่อมยึดเอาภูเขาป่าไม้ว่าเป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งนั้นไม่เกษม ไม่อุดม เพราะบุคคลอาศัยแล้วย่อมไม่พ้นจากทุกข์ไปได้ ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ที่พึ่งนั้นแลเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นที่พึ่งอันอุดม เมื่อบุคคลอาศัยที่พึ่งนั้นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้” พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่แท้จริง เป็นแหล่งกำเนิดของความสุขที่มีอยู่ในตัวของเราทุกคน เมื่อเข้าถึงแล้วเราจะมีความสุข จะรู้สึกปลอดภัย ภัยอันตรายใดๆ จะไม่มากลํ้ากราย เพราะฉะนั้น บุคคลใดปรารถนาความสุขความสำเร็จ และความปลอดภัยในชีวิต หรือแม้ปรารถนาความหลุดพ้นจากภัยในวัฏสงสาร หากหมั่นระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก บุคคลนั้นย่อมสมความปรารถนาได้ ดังเช่นลูกชายของคนตัดฟืน ดังเรื่องมีอยู่ว่า * ในกรุงราชคฤห์มีเด็กชาย ๒ คน เป็นเพื่อนกัน …

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ย่อมจะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง แต่ความหมายของสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวัตถุสิ่งของที่ต้องหามาเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่หมายถึง ใจ ของเราด้วย ถ้าเราไม่เคยฝึกฝนอบรมใจของตนเองแล้ว ชีวิตความเป็นมนุษย์ของเราก็เท่ากับว่างเปล่าจากสิ่งที่ดีงาม เพราะฉะนั้น ต้องทำชีวิตของเราให้มีค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนากันทุกวัน หมั่นตรึกระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส มีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บางทีเราจะได้ยินพระนามของพระองค์ว่า พระสุคต มาจากศัพท์บาลี คือ สุคโต แปลว่า เสด็จไปดี เสด็จไปงาม คือ พระองค์ทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่ อริยมรรค และได้เสด็จไปสู่ที่ดีงาม คือ พระนิพพาน โดยทรงดำเนินรุดหน้าไป ไม่หวนกลับคืนมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว สุคโต ไปสู่ที่ไหน ดีที่นั่น คือ ไปทำประโยชน์เกื้อกูลให้ความสุขแก่ที่นั่น * ดังเมื่อกรุงเวสาลีเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอาหารตายกันเป็นจำนวนมาก ซากศพถูกปล่อยทิ้งเกลื่อนกลาด กลิ่นก็ดึงดูดอมนุษย์มารังควาน มีคนตายมากขึ้น สิ่งปฏิกูลก็เพิ่มขึ้น เกิดอหิวาตกโรคระบาดไปทั่วเมือง จนชาวเมืองหวาดกลัวกันหมด กษัตริย์ลิจฉวี …

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว Read More »

สานุสามเณร – น้ำใสใจจริงจากมารดา

มงคลที่ ๑๒ เลี้ยงดูบุตร – น้ำใสใจจริง จากมารดา บุคคลใดเลี้ยงมารดาและบิดาโดยธรรม เพราะการบำรุงมารดาและบิดานั้น บัณฑิตย่อมสรรเสริญบุคคลนั้นในโลกนี้ บุคคลนั้นละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์ ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และในที่สุดก็เสื่อมสลายไป สิ่งต่างๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นบุตรธิดา ญาติพี่น้อง ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนไม่อาจติดตามเราไปสู่ปรโลกได้ มีแต่กุศลผลบุญที่เราสั่งสมไว้ดีแล้วเท่านั้น ที่จะเป็นดังเงาติดตามตัวเราไป ดังนั้นเราทั้งหลายต้องตระหนักและแสวงหาหลักของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญบารมีให้เต็มที่ เพราะโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธ-ศาสนา ได้รู้จักอริยมรรค ซึ่งเป็นหนทางสายกลาง นำไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ เพื่อมุ่งตรงสู่พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มาตุโปสกสูตร ว่า ตาย นํ ปาริจริยาย มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา บุคคลใดเลี้ยงมารดาและบิดาโดยธรรม เพราะการบำรุงมารดาและบิดานั้น บัณฑิตย่อมสรรเสริญบุคคลนั้นในโลกนี้ บุคคลนั้นละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์” ผู้รู้ท่านกล่าวอุปมาไว้ว่า หากเราเอาภูเขามาแทนปากกา และเอานภามาแทนกระดาษ น้ำในมหาสมุทรแทนน้ำหมึก เขียนพรรณนาคุณมารดาบิดา จนกระทั่งภูเขาเตียนราบเป็นหน้ากลอง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยตัวหนังสือ น้ำในมหาสมุทรเหือดแห้งไป ยังไม่อาจพรรณนาพระคุณของท่านได้หมดสิ้น การพรรณนาหรือรู้จักสำนึกถึงบุญคุณของท่านทั้งสอง เราเรียกว่า …

สานุสามเณร – น้ำใสใจจริงจากมารดา Read More »

นางรัชชุมาลา – อย่าก่อเวรอีกเลย

อย่าก่อเวรอีกเลย ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนนาวาที่หลงทิศทางอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปิถียติ โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา บุคคลใดละบาปที่ตนทำไว้แล้วด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นแล้วจากเมฆหมอก” ผู้ใดทำบาปกรรมไว้ แล้วเกิดความละอายเห็นโทษเห็นภัยที่จะเกิดขึ้น จึงกลับมาทำความดี ละเว้นจากความชั่ว เลิกเบียดเบียน ไม่อาฆาตพยาบาทใคร ตั้งใจรักษาศีล อบรมจิตใจให้ผ่องแผ้ว ทำใจให้ใสจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย ย่อมได้รับความสุขในปัจจุบันชาตินี้ ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัย ซึ่งทำให้จิตใจสว่างไสว ขจัดความมัวหมองในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเคราะห์กรรมอะไรก็ตาม ใจของผู้นั้นก็ยังมีความสุขอยู่เหนือความทุกข์ทั้งมวล เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญที่พ้นจากเมฆหมอกแล้ว ทำให้อากาศสว่างไสวฉันนั้น * ดังเรื่องของนางทาสีคนหนึ่ง ที่เคยทำกรรมไว้ในกาลก่อน นางเป็นคนรับใช้ของพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง ต่อมาพราหมณ์รับลูกสะใภ้เข้ามาอยู่ในบ้าน …

นางรัชชุมาลา – อย่าก่อเวรอีกเลย Read More »

มหาสีลวราช – ความเพียรสู่ความสำเร็จ

มงคลที่ ๑๔ ทำงานไม่คั่งค้าง ทุ่มเทสร้างบารมี ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้าน ว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียร ว่าเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรกันเถิด นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อบุคคลปรารภจะทำอะไรแล้ว พึงกระทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะถ่วงความเจริญก้าวหน้าในชีวิตของเรา เหมือนดินพอกหางหมู ไม่เกิดประโยชน์อันใด ควรที่เราจะเร่งรีบขวนขวายทำงานให้สำเร็จสมบูรณ์ จะได้เป็นอุปนิสัยติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ เมื่อตัดสินใจจะทำอะไรต่อไป จะได้ไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะเรายังมีงานหลักที่เป็นงานสำคัญกำลังรอเราอยู่ งานหลักที่แท้จริงนั้น คือ การทำใจหยุด ใจนิ่ง เป็นกรณียกิจที่สำคัญ ควรที่เราจะต้องหมั่นทำภาวนา ให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราให้ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี “ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้าน ว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียร ว่าเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรกันเถิด นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย” เราเกิดมาสร้างบารมี ต้องทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจ เพื่อสร้างบุญกุศล เพราะการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก เมื่อเรารู้เป้าหมายของชีวิตแล้ว ควรสลัดความเกียจคร้านออกจากใจ เร่งรีบทำความดีสั่งสมบุญให้เต็มที่ ชีวิตจะได้ปลอดภัย เพราะเวลาในโลกนี้มีน้อย เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อที่เราจะได้บุญบารมีเพิ่มมากขึ้น …

มหาสีลวราช – ความเพียรสู่ความสำเร็จ Read More »

มฆมาณพ – ทางสู่สวรรค์ ประวัติท้าวสักกเทวราช

อานิสงส์แห่งความยึดมั่นในศีล ความสุข ความสบายใจ เป็นยอดปรารถนาของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะดำรงอยู่ในสถานะใดก็ตาม ล้วนแสวงหาความสุขกันทั้งสิ้น ความสุขในโลกที่เจอะเจอกันอยู่นั้น เป็นความสุขที่มีทุกข์เจือปนทั้งสิ้น เป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืนอะไร เป็นแต่เพียงให้เพลิดเพลินไปวันๆ เท่านั้น แต่ผู้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นความสุขที่เที่ยงแท้ถาวร ที่เรียกว่าเอกันตบรมสุขนั้น ในอดีตก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านเข้าถึงกันมามากมายแล้ว พวกเราก็สามารถเข้าถึงได้ ถ้าหากมีความเพียรพยายามในการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอ และก็ปฏิบัติตรงตามร่องรอยคำสอนของพระบรมศาสดา “อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้งอาศัย เป็นประดุจมารดาผู้ให้กำเนิด คุณงามความดีทั้งหลาย เป็นประมุขแห่งกุศลธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น นรชนพึงชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์เถิด” ผู้มีศีลบริสุทธิ์ แสดงถึงจิตใจที่งดงาม มีความสุข สดชื่นเบิกบาน อาจหาญร่าเริงอยู่เป็นนิตย์ ไม่มีความกังวลหรือความคิดเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมเป็นผู้ที่มนุษย์และเทวดาต่างก็ชื่นชม จะอยู่ในสายตาของชาวสวรรค์ ผู้มีศีลยังได้ชื่อว่าให้ความปลอดภัย แก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นผู้มีวาจาที่น่าเชื่อถือเพราะพูดแต่คำจริง เป็นคำพูดที่มีประโยชน์ ฟังแล้วเป็นมงคลแก่โสตประสาท และไม่ดื่มสุรายาเสพติด ไม่เอาควันพิษเข้าปอด หรือเอาน้ำไม่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย …

มฆมาณพ – ทางสู่สวรรค์ ประวัติท้าวสักกเทวราช Read More »

อุทัยพราหมณ์ – ให้บ่อยๆ รวยบ่อยๆ

มงคลที่ ๑๕ บำเพ็ญทาน ให้บ่อยๆ รวยบ่อยๆ กสิกรย่อมหว่านพืชบ่อยๆ ฝนย่อมตกบ่อยๆ ชาวนาย่อมไถนาบ่อยๆ แว่นแคว้นย่อมบริบูรณ์บ่อยๆ ยาจกย่อมขอบ่อยๆ ทานบดีก็ให้บ่อยๆ ทานบดีให้บ่อยๆ แล้วก็เข้าถึงสวรรค์บ่อยๆ ผู้ต้องการน้ำนมย่อมรีดนมบ่อยๆ ลูกโคย่อมเข้าหาแม่โคบ่อยๆ บุคคลย่อมลำบากและดิ้นรนบ่อยๆ สัตว์ย่อมเกิดและตายบ่อยๆ คนทั้งหลายย่อมนำซากศพไปป่าช้าบ่อยๆ ส่วนผู้มีปัญญา ถึงจะเกิดบ่อยๆ ก็เพื่อได้มรรคแล้วไม่เกิดอีก การจะทำภารกิจการงานในทางโลกก็ดี หรือการจะประพฤติปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนาก็ดี ต้องหมั่นทำบ่อยๆ หมั่นตรึกหมั่นนึกบ่อยๆ ทำเนืองๆ ก็จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยากเย็น สิ่งใดที่เราหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ย่อมจะเกิดความชำนาญ เหมือนทางไหนที่เดินบ่อยๆ ก็จะโล่งเตียน หนทางภายในก็เช่นเดียวกัน ถ้าดำเนินจิตเข้าไปบ่อยๆ หยุดนิ่งอยู่ตรงกลางอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน เราก็จะเข้าถึงจุดแห่งความละเอียดภายในได้ ใจจะถูกปรับให้บริสุทธิ์ขึ้น ละเอียดขึ้น เมื่อใจละเอียดสะอาดบริสุทธิ์ก็จะดึงดูดแต่สิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตของเรา เมื่อกระแสบุญหลั่งไหลเข้ามาในใจ กระแสบาปก็จะถูกผลักออกไป คุณธรรมความดีก็จะเกิดขึ้นในจิตใจ ธุรกิจการงานก็จะเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นการทำภาวนากับการทำหน้าที่การงาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน อุทัยสูตร ว่า ปุนปฺปุนํ เจว วปนฺติ พีช ปุนปฺปุนํ วสฺสติ …

อุทัยพราหมณ์ – ให้บ่อยๆ รวยบ่อยๆ Read More »