เจริญธัมมานุสติ

เจริญธัมมานุสติ (หากใจเราหยุดนิ่งถูกส่วนที่ศูนย์กลางกายมนุษย์ เราจะเห็นดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ นั่นแหละเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสดีแล้ว)

พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ ผู้มีจิตเลื่อมใส ส่งใจไปในรัตนะทั้งสามอย่างนี้ ย่อมจะพบกับอานุภาพอันไม่มีประมาณ จึงควรอย่างยิ่งที่เราจะเจริญพุทธานุสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ คือ มีพระรัตนตรัยเป็นอารมณ์ หมั่นตรึกระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเป็นประจำ อานิสงส์นี้จะทำให้เราได้เข้าถึงพระรัตนตรัย พบที่พึ่งอันประเสริฐ จะบังเกิดในภพชาติใดย่อมจะทำให้เราเข้าถึงฐานะอันประเสริฐ ใจของเราจะได้รับการขัดเกลาให้สะอาดบริสุทธิ์  ดังนั้น การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นวิธีการอันประเสริฐที่จะส่งใจไปถึงพระรัตนตรัยอันมีอานุภาพไม่มีประมาณ

มีประณามคาถาบทสวดเบื้องต้นที่นอบน้อมถึงพระธรรมคุณว่า
สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ธมฺมํ นมฺสสามิ
พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระธรรมนั้น

การหาโอกาสชักชวนกันมาสวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยเป็นประจำสม่ำเสมอ ทำจนเป็นปกติเหมือนเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน จะทำให้จิตของเราสงบ เยือกเย็น สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากนิวรณ์ธรรมต่างๆ และก่อให้เกิดความอบอุ่นใจ ไม่หวั่นไหวในสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ผู้ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่ระลึก นึกถึงท่านเป็นประจำสม่ำเสมอ จะทำให้เป็นผู้ไม่หวั่นไหว หวาดกลัว หรือครั่นคร้าม แม้จะมีสิ่งที่น่าขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้น ก็จะมีจิตใจหนักแน่นเข้มแข็งตลอดเวลา ไม่หวั่นไหวแม้ในมรณภัยที่จะมาถึง

* ที่ผ่านมา ได้อธิบายความหมายของพุทธรัตนะ ทำให้เราได้ซาบซึ้งถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า ซึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัตซึ่งมีอานุภาพไม่มีประมาณ การจะส่งใจไปถึงพระพุทธเจ้าให้ถูกนั้น ต้องทำอย่างไรบ้าง  เมื่อเรารู้จักพระพุทธเจ้าอย่างนี้แล้ว การที่จะรู้จักพระธรรมเจ้าก็ไม่ยาก

ที่เราสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นว่า โย โส สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม นั้น คือ ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว ธรรมที่ตรัสดีแล้ว เนื้อหนังของธรรมแท้ๆ มีลักษณะเป็นดวงกลมใสรอบตัว หากใจเราหยุดนิ่งถูกส่วนที่ศูนย์กลางกายมนุษย์ เราจะเห็นดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ นั่นแหละเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสดีแล้ว

ธรรมอันนั้นเป็นที่เกิดของศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว หมายถึงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ถ้าเราเข้าถึงกายทิพย์ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ อันนั้นก็เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว อีกทั้งเป็นธรรมที่ทำให้เกิดศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ และธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ก็ได้มาด้วยความบริสุทธิ์กายวาจาใจนี่แหละ คือ ประพฤติกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ รักษาศีลเจริญภาวนา เราจึงได้ธรรมดวงนี้เกิดขึ้นมา ใสบริสุทธิ์สว่างไสวอยู่ในกลางกายของเรา อันเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว

ธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ ได้แก่ตัวเราทำเทวธรรมให้เกิดขึ้นมา บำเพ็ญหิริโอตตัปปะสูงขึ้นมาอีก นอกจากให้ทาน รักษาศีลแล้ว เรายังมีหิริความละอายแก่ใจ มีโอตตัปปะเกรงกลัวต่อบาป ไม่ทำสิ่งที่เป็นอกุศลทั้งในที่ลับ และที่เปิดเผย หมั่นรักษาความบริสุทธิ์ไว้ ทำให้ได้ดวงธรรมอันนี้เกิดขึ้นมา ดวงธรรมอันนี้เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว และสูงขึ้นไปอีกได้แก่ธรรมที่ทำให้เป็นกายรูปพรหม พระองค์ทรงสอนให้ทำใจให้ปราศจากนิวรณ์ ๕ ประการ ตั้งแต่กามฉันทะละคลายความยินดีในกาม ละพยาบาทไม่คิดประทุษร้ายใคร อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย

เมื่อข้ามนิวรณ์ธรรมเหล่านี้ไปได้แล้ว ทำฌานสมาบัติเกิดขึ้นมา จนกระทั่งธรรมดวงนี้เกิดขึ้น เป็นดวงใสกลมรอบตัว และทรงกายรูปพรหมไว้ อันเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว ถ้าลึกเข้าไปอีกถึงกายอรูปพรหม มีดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายอรูปพรหม ธรรมที่พระองค์ตรัสดีแล้ว คือ การเจริญอรูปฌานสมาบัติ จึงจะได้ธรรมดวงนี้เกิดขึ้นมา โตเท่ากับ ๘ เท่าของฟองไข่แดงของไก่ ธรรมดวงนี้ทรงกายอรูปพรหมไว้ และธรรมดวงนี้แหละเป็นที่เกิดของศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ จนกระทั่งเข้าถึงธรรมกาย

ธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย คือ ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเหมือนกัน สวากขาตธรรม คือ พระธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมแล้วย่อเหลือ ๓ คือ สีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อแล้วเหลือหนึ่ง คือ ปฐมมรรค หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด อันนี้จัดเป็นสวากขาตธรรม คือ ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว อันนี้แหละเป็นเนื้อหนังของธรรมจริงๆ

ส่วนคุณของพระธรรมนั้น เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดขึ้นมาของธรรม มีไปตามลำดับ คือสันทิฏฐิโก  เมื่อเราถึงธรรมอย่างนี้ ใจเราเห็น ใจเราเป็นธรรม เราก็เห็นธรรมของเราเกิดขึ้นมา ต้องหยุดนิ่งเข้าไปเห็นเองถึงจะรู้ อันนี้เป็นนามของพระธรรม เหมือนเนมิตกนามของพระพุทธเจ้าอย่างนั้นแหละ หมายความว่า เรารู้เองเห็นเอง  เมื่อรู้แล้วเห็นแล้วก็หายสงสัย

พระธรรมเป็นอกาลิโก ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ถ้าใจหยุดนิ่งเมื่อไรก็เข้าถึงเมื่อนั้น เข้าถึงดวงธรรม ถึงกายธรรมได้เมื่อไร ใจของเราก็เบิกบาน มีความสุขทับทวีเมื่อนั้น พ้นจากความทุกข์ทั้งหลายที่เข้ามา ครอบงำดวงเห็น จำ คิด รู้ของเราไว้ เหมือนเราหลุดออกมาจากความมืดอันน่าสะพรึงกลัว มาพบแสงสว่างส่องนำทางชีวิตให้ไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

เอหิปัสสิโก เป็นธรรมที่ควรจะเรียกผู้อื่นมาดู  เมื่อเราเข้าถึงธรรมอย่างนี้แล้ว มีความสุข มีความสงบ มีความเย็นกาย เย็นใจอย่างนี้เกิดขึ้น ก็ควรที่จะเรียกให้คนอื่นมาดู มาพิสูจน์ดูว่าธรรมอย่างนี้ มีจริงๆ นะ  เมื่อเข้าถึงแล้วก็มีความสุขกายสบายใจ อันนี้แหละเขาเรียกว่า เอหิปัสสิโก และก็พิสูจน์ได้ทุกเมื่อ ทำเวลาไหนก็ได้  เมื่อใจหยุดถูกส่วนก็จะต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอน

โอปนยิโก สามารถน้อมเอาพระธรรมเข้ามาในตัวได้ คำว่าน้อมเข้ามาในตัวนี้ ถ้าสำหรับนักปฏิบัติใหม่ๆบางท่าน เพื่อใจรวมถูกส่วน นิมิตเกิดขึ้นนอกตัว เป็นดวงกลมใสรอบตัวก็ดี ถือว่ายังไม่ถูกต้อง จะต้องโอปนยิโก คือ น้อมเข้ามาไว้ในตัวของเรา น้อมมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จึงจะถูกต้องร่องรอยในทางพุทธศาสนา เข้าถึงกายต่างๆ ไปตามลำดับได้ กระทั่งถึงธรรมกายได้ ต้องน้อมเข้ามาอย่างนี้  เมื่อน้อมเข้ามาอย่างนี้ยังสามารถน้อมออกไปนอกตัวได้อีก น้อมไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ หรือไปพระนิพพานก็ได้

ประการสุดท้าย คุณของพระธรรมคือ ปตฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ คือ วิญญูชนผู้รู้ทั้งหลายต่างรู้ได้เฉพาะตน เหมือนเรารับประทานอาหารเองก็อิ่มเอง คนอื่นจะมาอิ่มแทนไม่ได้ การเข้าถึงธรรมก็เช่นเดียวกัน  เมื่อเราเข้าถึง ทำใจให้หยุดถูกส่วน เห็นดวงใสๆ อันนั้นแหละเราก็รู้เองเห็นเอง เกิดขึ้นมาเอง มีความสุขด้วยตัวของเราเอง แม้ไม่มีใครรู้แต่เรารู้ ถ้าใครอยากรู้ก็ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงๆ จังๆ เหมือนเรา ความรู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดขึ้นของธรรมรัตนะ

การพิจารณาเห็นอย่างนี้ ได้ชื่อว่าเราเจริญธัมมานุสสติ เป็นเหตุให้จิตของเราบริสุทธิ์ ปราศจากนิวรณ์ทั้ง ๕  ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งอย่างนี้ ถึงจะเรียกว่าระลึกถึงพระธรรม ฉะนั้น ให้ทุกท่านหมั่นหาโอกาสสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตรึกระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระรัตนตรัย ไปช่วยกันทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ชักชวนกันสถาปนาบ้านกัลยาณมิตรให้เกิดขึ้นมากๆ ผู้มีบุญทั้งหลายจะได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม มาตรึกระลึกถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด และจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ได้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน

* มรดกธรรม (พระมงคลเทพมุนี สด จนฺทสโร)

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/7647
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระพุทธคุณ

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article

Leave a Comment

Your email address will not be published.