พระสังฆคุณ

พระสังฆคุณ (พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามสิ่งนี้เท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงของเรา)

พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามสิ่งนี้เท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงของเรา ในยามที่มีทุกข์ก็สามารถพึ่งท่านให้ช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขได้   เมื่อมีสุขแล้ว ถ้าระลึกถึงรัตนะทั้งสามนี้ ก็เพิ่มเติมความสุขยิ่งขึ้น เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข ความเบิกบานใจ เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นเอกันตบรมสุข คือ สุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือเลย

ขอให้ทุกคนหมั่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ใจของเราจะได้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึก

มีบทสรรเสริญสังฆคุณในทีฆนิกาย มหาวรรคว่า
“สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส”

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมี ๒ จำพวก คือ ปุถุชนสาวก และอริยสาวก ปุถุชนสาวกได้แก่ผู้ที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย แต่ยังไม่ได้บรรลุธรรมวิเศษอันใด ยังเป็นปุถุชนจึงได้ชื่อว่าปุถุชนสาวก สำหรับสาวกตามความหมายในบทสวดสรรเสริญพระสังฆคุณที่เราสวดกันว่า สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ นั้น หมายถึงเฉพาะพระอริยสาวกเท่านั้น

อริยสาวก แปลว่า สาวกผู้ประเสริฐ คือ สาวกที่ได้บรรลุคุณวิเศษแล้ว พ้นจากฐานะปุถุชนแล้วมี ๔ คู่ นับเรียงตัวกันได้ ๘ บุรุษ คือโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตมรรค อรหัตผล แบ่งเป็นชั้นๆ ตามลำดับคุณวิเศษที่ได้เข้าถึง ซึ่งพระอริยบุคคลเหล่านี้ มีคุณโดยย่อ ๙ ประการ คือ

สุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติดี คือ ปฏิบัติไปตามแนวมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นทางสายกลาง ที่พระบรมศาสดาดำเนินมาแล้ว อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง คือ ปฏิบัติมุ่งตรงต่อพระนิพพาน ไม่วอกแวกไปทางอื่น ญายปฏิปนฺโน ปฏิบัติเพื่อมุ่งรู้ธรรมที่จะออกจากภพ ๓ คือ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ สามีจิปฏิปนฺโน ปฏิบัติสมควร เพราะท่านปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงพระนิพพานจริงๆไม่ใช่เพื่อเหตุอื่น

อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรได้รับความเคารพสักการะ ปาหุเนยฺโย ผู้ควรได้รับการต้อนรับ ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรได้รับของที่เขาทำบุญ อญฺชลีกรณีโย เป็นผู้ควรได้รับการกราบไหว้ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก เป็นแหล่งแห่งความดี และเผยแผ่ความดีอันสูงสุด เพราะพระสงฆ์เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้ฝึกอบรมตน และเป็นผู้เผยแผ่ธรรม  ดังนั้น ไทยธรรมที่ถวายแด่ท่าน แม้เป็นของน้อยก็อำนวยผลมาก ที่เป็นของมากก็อำนวยผลยิ่งใหญ่ไพบูลย์

* ดังเช่นในสมัยพุทธกาล ณ กรุงราชคฤห์ มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อ มหาเสนพราหมณ์ เป็นเพื่อนกับโยมบิดาของพระสารีบุตร เขาเคยเป็นคนร่ำรวย แต่ต่อมากลับยากจนลง พระสารีบุตรได้มาบิณฑบาตที่บ้านของเขา เพราะตั้งใจจะอนุเคราะห์ แต่พราหมณ์หลบหน้าทุกวัน เพราะไม่มีไทยธรรมที่จะถวาย เขาได้แต่คิดว่าเมื่อใดมีไทยธรรมก็จะถวายทันที

วันหนึ่ง พราหมณ์ได้ข้าวปายาสมาถาดหนึ่ง และผ้าสาฎกเนื้อหยาบ ๑ ผืน เขานึกถึงพระสารีบุตร และอยากถวายท่าน วันนั้น พระสารีบุตรเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ รู้ถึงความตั้งใจของพราหมณ์ จึงมาที่บ้านของเขา ด้วยใจที่เลื่อมใสพราหมณ์ได้ถวายผ้าสาฎก และข้าวปายาสจนหมดถาด ไม่เหลือไว้สำหรับตนเลย พลางขอพรว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรลุธรรมที่ท่านได้บรรลุแล้วด้วยเถิด”

พระสารีบุตรอนุโมทนาว่า “จงสำเร็จอย่างนั้นเถิด พราหมณ์”  เมื่อถวายทานแล้ว เขาปีติเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง   ครั้นสิ้นชีวิตได้ไปเกิดในตระกูลอุปัฏฐากของพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถีทันที

ในวันที่เขาเกิด พวกญาติได้นิมนต์พระภิกษุ ๕๐๐ รูป มีพระสารีบุตรเป็นประธานมาฉันภัตตาหารที่บ้าน ทารกน้อยนอนอยู่บนผ้ากัมพลอย่างดีราคาแสนหนึ่ง มองดูพระเถระและระลึกได้ว่า ที่เราได้มาเกิดในตระกูลที่มีสมบัติมากมายอย่างนี้เพราะบุญที่ได้ถวายไทยธรรมแด่ท่าน จึงเอานิ้วก้อยเกี่ยวผ้ากัมพลไว้ เมื่อญาติจะดึงผ้าออกก็ร้องไห้ ญาติๆ จึงได้อุ้มทารกไปพร้อมทั้งผ้าเพื่อให้ไหว้พระเถระ ทันทีที่เข้าไปใกล้พระสารีบุตร  ทารกน้อยก็ปล่อยผ้ากัมพลให้ตกลงตรงหน้าพระเถระนั้นเอง พวกญาติเข้าใจความหมายจึงน้อมผ้ากัมพลถวายแด่พระเถระ พระสารีบุตรได้ตั้งชื่อให้ทารกน้อยว่า ติสสะ

ครั้นติสสะอายุ ๗ ขวบ ได้ออกบวชเป็นสามเณรในสำนักของพระสารีบุตร ด้วยผลแห่งทานที่สามเณรทำไว้ดีแล้ว จึงทำให้เป็นผู้มีลาภสักการะมาก ไม่ว่าจะออกบิณฑบาตครั้งใด จะมีผู้เตรียมอาหาร และผ้าเป็นจำนวนมากคอยถวาย วันหนึ่ง เป็นฤดูหนาว สามเณรเห็นพระภิกษุหลายรูปนั่งผิงไฟอยู่ เมื่อรู้ว่า ท่านไม่มีผ้ากัมพลสำหรับห่มกันหนาว สามเณรจึงกล่าวว่า “ถ้าท่านต้องการผ้ากัมพล ขอได้โปรดตามผมมา”

ปรากฏว่ามีพระภิกษุตามสามเณรไปถึง ๑,๐๐๐ รูป สามเณรจึงนำพระภิกษุไปยังเมืองสาวัตถี ชาวเมืองต่างปีติยินดี พากันถวายผ้ากัมพลแด่สามเณรได้ครบ ๑,๐๐๐ ผืน ในวันเดียวนั่นเอง แม้คนที่ตระหนี่ที่สุด ทันทีที่เห็นสามเณรก็เกิดศรัทธา รีบนำผ้ากัมพลราคาเป็นแสนที่เก็บซ่อนออกมาถวายสามเณรติสสะนี้ ภายหลังท่านได้ตั้งใจบำเพ็ญสมณะธรรม และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ

ด้วยอานิสงส์ที่สามเณรติสสะได้ตั้งใจถวายทานด้วยความศรัทธาเลื่อมใสในพระสารีบุตร ในภพชาติที่ตนยังเป็นมหาเสนพราหมณ์ แม้ทานนั้นจะมีจำนวนน้อยแต่ก็ให้ผลมาก เพราะได้ถวายแด่ทักขิไณยบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยมของโลก คือ พระอริยสงฆ์นั่นเอง  เพราะฉะนั้น  เมื่อเรารู้ถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ดังกล่าวแล้ว จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะเคารพบูชาท่านไว้อย่างสูงสุด

พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า การบูชานั้นมี ๒ อย่าง ได้แก่ อามิสบูชา คือ บูชาด้วยเครื่องสักการะอย่างหนึ่ง ปฏิบัติบูชา คือ บูชาด้วยการปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทรงสรรเสริญว่า ปฏิบัติบูชาประเสริฐกว่าอามิสบูชา เพราะทรงประสงค์จะให้พวกเรามีความเพียรในการปฏิบัติธรรม จะได้พ้นทุกข์ พบสุขอันแท้จริงตามพระองค์ไปด้วย

พระอริยสาวกทั้งหลายนั้น แต่เดิมท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนพวกเรา แต่ที่ท่านเลื่อนฐานะขึ้นเป็นพระอริยะได้ ก็เพราะการปฏิบัติธรรมเท่านั้น วิธีการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมนั้นพระองค์ทรงสอนไว้ละเอียดแล้ว เหลือเพียงพวกเราจะปฏิบัติกันจริงหรือไม่เท่านั้นเอง

อย่าลืมว่า ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของเรา คือ พระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่ในกลางกายของเราทุกคน เป็นที่พึ่งที่ระลึกของชาวโลกทุกคน ไม่ใช่เฉพาะของชาวพุทธเท่านั้น ถ้าเราเข้าถึงได้ จะซาบซึ้งในคำว่า ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง เราจะรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย มีความสุขอย่างไม่มีอะไรมาเปรียบปาน เราจะรู้สึกถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ความทุกข์ทั้งหลายจะดับหมดไป และจะมีชีวิตอยู่เหนือปัญหาทั้งมวล

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ขอให้ทุกท่านหมั่นฝึกฝนใจ ปฏิบัติให้เข้าถึงพระรัตนตรัยให้ได้ ถ้ายังเข้าถึงไม่ได้ ชีวิตก็ยังไม่ปลอดภัย แม้ละโลกไปแล้วก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีก  ดังนั้น อย่าเอาเวลาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตไปทำสิ่งอื่นที่ไร้สาระ แล้วละเลยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เพื่อให้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง คือพระธรรมกายกันทุกคน

* มก. เรื่องพระวนวาสีติสสเถระ เล่ม ๔๑ หน้า ๒๕๙

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/7611
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระพุทธคุณ

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article

Leave a Comment

Your email address will not be published.