คาถากันยักษ์ ตอนที่ ๑ (ท้าวมหาราชทั้ง ๔ รับบุญในการคุ้มครองพระบรมศาสดาทั้ง ๔ ทิศ)

คาถากันยักษ์ ตอนที่ ๑ (ท้าวมหาราชทั้ง ๔ รับบุญในการคุ้มครองพระบรมศาสดาทั้ง ๔ ทิศ)

การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับตัวของเรา และมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตได้เข้าถึงความบริสุทธิ์ภายใน และความสุขที่แท้จริง วัตถุประสงค์ที่เราเกิดมาในภพชาติหนึ่งๆ ก็เพื่อมุ่งแสวงหาความบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ จากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร หนทางสายกลางที่จะดำเนินจิตเข้าไปสู่ภายใน เป็นทางรอดทางเดียวเท่านั้น เป็นหนทางสู่อิสรภาพจากอาสวกิเลสทั้งหลาย ดังนั้นเราควรจะดำเนินจิตของเราเข้าสู่เส้นทางสายกลางของพระอริยเจ้าให้ได้ จะได้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไปด้วย

มีวาระแห่งภาษิตใน อาฏานาฏิยสูตร ความว่า

“เย จาปิ นิพฺพุตา โลเก ยถาภูตํ วิปสฺสิสุํํ ํ
เต ชนา อปิสุณา มหนฺตา วีตสารทา
หิตํ เทวมนุสฺสานํ ยํ นมสฺสนฺติ โคตมํ
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ มหนฺตํ วีตสารทํ

“พระพุทธเจ้าเหล่าใด ผู้ดับแล้วในโลก ทรงเห็นแจ้งแล้วตามความเป็นจริง พระพุทธเจ้าเหล่านั้นเป็นผู้ไม่ส่อเสียด เป็นผู้ยิ่งใหญ่ปราศจากความครั่นคร้าม เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย นอบน้อมพระพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้โคตมโคตร ทรงเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ปราศจากความครั่นคร้าม”

นี่คือถ้อยคำของท้าวเวสสวัณมหาราช เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งกล่าวด้วยความเคารพเลื่อมใสต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ท้าวเวสสวัณ เป็นหนึ่งในท้าวมหาราชทั้ง ๔ เป็นจอมเทพปกครองหมู่ยักษ์ทั้งหลาย ครั้งนี้หลวงพ่อจะเล่าเรื่องราวที่ควรรู้เกี่ยวกับยักษ์ให้ได้ศึกษา ซึ่งเรื่องของยักษ์นั้น มีทั้งยักษ์ที่เป็นสัมมาทิฏฐิและมิจฉาทิฏฐิด้วย

* ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏใกล้เมืองราชคฤห์ ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และเทวดาทั้งหลายปรารถนาจะได้บุญพิเศษ จึงได้จัดตั้งกองทัพเพื่อคุ้มครองป้องกันอันตรายให้กับพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้ง ๔ ทิศ กองทัพมีทั้งเสนายักษ์ เสนาคนธรรพ์ เสนากุมภัณฑ์ เสนานาค มีตั้งแต่ระดับชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงระดับผู้น้อย ประมาณเที่ยงคืน เทวดาผู้มีบุญเหล่านี้ต่างทำภูเขาคิชฌกูฏให้สว่างไสวด้วยรัศมีของตน ด้วยการพากันไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

การเข้าเฝ้าครั้งนี้ แบ่งเป็นหลายกลุ่ม มีทั้งยักษ์ที่ถวายบังคมพระผู้พระภาคเจ้า บางกลุ่มเพียงแค่สนทนาปราศรัยกับพระพุทธองค์ พอให้เป็นเครื่องระลึกนึกถึงกัน บางกลุ่มนั่งประนมอัญชลีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับด้วยความเคารพเลื่อมใส บางกลุ่มต้องการจะให้พระพุทธองค์รู้จักตัวเอง ก็ประกาศชื่อและโคตร แต่มีบางกลุ่มนั่งนิ่ง ไม่แสดงความเคารพ และไม่กล่าวสิ่งใดทั้งสิ้น

เมื่อ ท้าวเวสสวัณมหาราช ประทับนั่งและเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ได้กราบทูลตามความเป็นจริงว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ยักษ์ชั้นสูงมีทั้งที่ไม่เลื่อมใสและเลื่อมใสต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ยักษ์ชั้นกลางมีทั้งไม่เลื่อมใสและเลื่อมใสต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเช่นกัน ยักษ์ชั้นต่ำมีทั้งไม่เสื่อมใสและเลื่อมใสต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าก็มี

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่ยักษ์เหล่านั้นไม่เลื่อมใสในพระองค์ เหตุเพราะว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อให้ทุกคนดำรงอยู่ในศีลทั้งห้า คือ งดเว้นจากปาณาติบาต งดเว้นจากอทินนาทาน งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร งดเว้นจากมุสาวาท และงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท แต่โดยส่วนมากแล้ว ยักษ์เหล่านี้ งดเว้นจากปาณาติบาต จากอทินนาทาน จากกาเมสุมิจฉาจาร มิได้งดเว้นจากมุสาวาท จากการดื่มน้ำเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท จึงเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้พวกยักษ์ไม่ชอบใจ ทำให้แสดงอาการแตกต่างกันพระเจ้าข้า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า บางกลุ่มชอบอยู่ในเสนาสนะกลางป่าลึกที่เงียบสงบ มีผู้คนน้อย ไม่พลุกพล่าน ควรแก่การปฏิบัติทำกรรมอันเร้นลับ อีกทั้งเป็นสถานที่ที่ควรแก่การปฏิบัติธรรม เพื่อบำเพ็ญเพียร ยักษ์ชั้นสูงบางพวกก็อาศัยอยู่ในป่านั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใจของยักษ์มีต่างกันพระเจ้าข้า ขอให้สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าจงเรียนวิธีการที่จะทำให้ยักษ์เหล่านั้นเลื่อมใส ซึ่งเรียกว่า อาฏานาฏิยรักษ์ เพื่อให้ยักษ์พวกที่ไม่เลื่อมใสในคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าเกิดความเลื่อมใส และเพื่อเป็นการคุ้มครองรักษาภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า” หลังจากกราบทูลเช่นนี้ ทรงดูทีท่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงรับรู้การอนุญาตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงกล่าวบทที่ท่านได้ขนานนามว่าอาฏานาฏิยรักษ์ในเวลานั้นว่า

“ขอนอบน้อมแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ มีพระสิริ ขอนอบน้อมแด่พระสิขีพุทธเจ้า ผู้ทรงอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั่วหน้า ขอนอบน้อมแด่พระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ชำระกิเลส มีความเพียร ขอนอบน้อมแด่พระกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ทรงย่ำยีมารและเสนามาร ขอนอบน้อมแด่พระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ขอนอบน้อมแด่พระกัสสปพุทธเจ้า ผู้พ้นพิเศษแล้วในธรรมทั้งปวง ขอนอบน้อมแด่พระอังคีรสพุทธเจ้า ผู้ศากยบุตร ผู้มีพระสิริ

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงแสดงธรรมนี้ อันเป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวง อนึ่ง พระพุทธเจ้าเหล่าใดผู้ดับแล้วในโลก ทรงเห็นแจ้งแล้วตามความเป็นจริง พระพุทธเจ้าเหล่านั้นเป็นผู้ไม่ส่อเสียด เป็นผู้ยิ่งใหญ่ปราศจากความครั่นคร้ามต่ออาสวกิเลสทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนอบน้อมพระพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้โคตมโคตร ทรงเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ปราศจากความครั่นคร้าม”

เมื่อท้าวเวสสวัณกราบทูลข้อความเหล่านี้กับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระองค์ได้ทูลต่อไปอีกว่า “พระอาทิตย์มีมณฑลใหญ่ขึ้นทางทิศตะวันออก ในเมื่อยามพระอาทิตย์อุทัย ราตรีก็หายไป เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นย่อมเรียกกันว่า กลางวัน แม้ห้วงน้ำในเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้นก็เป็นสมุทรลึก มีน้ำเต็มเอ่อล้นทั่วอาณาบริเวณ ชนทั้งหลายย่อมรู้จักห้วงน้ำนั้นว่ามหาสมุทรที่มีน้ำแผ่เต็มไปทั่ว”

ท้าวเวสสวัณอธิบายต่อไปว่า “ทิศนี้เรียกว่าปุริมทิศ มีท้าวมหาราชผู้ทรงยศเป็นเจ้าเป็นใหญ่ของคนธรรพ์ทรงนามว่า ท้าวธตรฐ มีหมู่คนธรรพ์แวดล้อม ท้าวมหาราชนี้ทรงโปรดปรานการฟ้อนรำขับร้อง ดูแลรักษาในทิศนี้อยู่ ข้าพระองค์ทราบมาว่า ท้าวเธอมีพระโอรสถึง ๙๑ พระองค์ และที่น่าอัศจรรย์คือ แต่ละองค์นั้นมีพระนามเหมือนกันหมด คือมีพระนามว่า อินทะ มีพละกำลังมาก ท้าวธตรฐและพระโอรสเหล่านั้น มีความนอบน้อม มีความเคารพเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า สมบูรณ์พร้อมด้วยบุญญาธิการ พากันถวายบังคมพระพุทธเจ้ากันแต่ไกล เทวดากลุ่มนี้มีความเคารพเลื่อมใสในพระองค์พระเจ้าข้า ต่างกับบริวารของข้าพระองค์ ที่ยังแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ข้าพระองค์จึงต้องบอกวิธีที่จะดูแลรักษาเหล่าพระภิกษุสามเณร ภิกษุณี พุทธสาวกผู้ปฏิบัติธรรมในถิ่นของบริวารเหล่านั้น พระเจ้าข้า”

เหตุการณ์เรื่องราวที่ท้าวเวสสวัณทูลพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ยังไม่จบ ยังมีต่ออีก หลวงพ่อจะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่เราควรศึกษา จะได้ป้องกันภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากยักษ์และอมนุษย์ทั้งหลาย แม้เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่ก็ยังมีวิธีป้องกันภัย ด้วยการกล่าวสรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ดังนั้น การเจริญพุทธานุสตินี้จึงมีอานิสงส์ใหญ่ พวกเราต้องหมั่นเจริญพุทธานุสติ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ และหมั่นสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยกันทุกคน

* มก. เล่ม ๑๖ หน้า ๑๒๓

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/15924
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับสารธรรม ๓

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article
สารบัญ หนังสือธรรมะเพื่อประชาชน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *