พระอานนท์พุทธอนุชา

พระอานนท์พุทธอนุชา

พวกเราทั้งหลายเกิดมาได้อัตภาพเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นผู้มีบุญลาภอันประเสริฐแล้ว เพราะการได้อัตภาพเป็นมนุษย์นี้ เป็นสิ่งที่หาได้ยากอย่างยิ่ง ต้องสั่งสมบุญบารมีกันมามากมาย แต่สิ่งที่สรรพสัตว์ได้มาโดยยากนี้ เราก็ได้สิ่งนั้นมาแล้ว โดยเฉพาะพวกเราได้โอกาสในการสั่งสมบุญและฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เพื่อทำมรรคผลนิพพานให้แจ้ง นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ เนื่องจากการสร้างบารมีในเพศภาวะของมนุษย์ที่ทำได้ดีที่สุด แม้จะดูว่าเป็นเรื่องที่ยาก บางครั้งมีอุปสรรคมากมายเกิดขึ้น แต่ก็ง่ายกว่าอัตภาพอื่นมากมายนัก เพราะฉะนั้น เมื่อโอกาสดีนี้มาถึงแล้ว เราควรจะเร่งรีบสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ และหมั่นฝึกใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง จะได้เข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของพวกเราทุกๆ คน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
“สหาโย อตฺถชาตสฺส   โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
สยํ กตานิ ปุญญานิ    ตํ มิตฺตํ สมฺปรายิกํ

สหาย เป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อยๆ บุญทั้งหลายที่ตนทำไว้ดีแล้ว จะเป็นมิตรในสัมปรายภพ”

เวลาเรามาเกิด เราไม่ได้นำอะไรติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว มากันตัวเปล่า มีเพียงบุญและบาปเท่านั้นที่ติดตามตัวเรามา บุญจะปรุงแต่งให้เรามีความสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง ให้เราได้รูปสมบัติ มีรูปกายที่งดงามแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยไข้ หรือเกิดมาก็มีมหาสมบัติรอคอยอยู่ ไม่ต้องลำบากในการทำมาหากิน มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม บุญจะอำนวยประโยชน์สุขให้เราได้มีทุกอย่างบริบูรณ์อย่างนี้

แต่ถ้าบาปส่งผลเป็นชนกกรรม คือ กรรมนำไปเกิด ให้เกิดมาตัวเปล่าจริงๆ พ่อแม่ก็ไม่มีสมบัติให้ใช้ ต้องแสวงหากันเอง สุขภาพร่างกายก็ไม่เอื้ออำนวย จะประกอบธุรกิจการงานอันใดก็ติดๆ ขัดๆ ชีวิตอัตคัดขาดแคลน หาความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้ยากเหลือเกิน ถ้าผลของบาปส่งผลก็จะเป็นอย่างนี้

ฉะนั้น ต้องดูว่า ถ้าเราอยากให้บุญเป็นมิตรแท้ในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เป็นที่พึ่งที่ติดตามตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ เราต้องหมั่นสั่งสมบุญไว้ให้มากๆ เพราะบุญ จะเป็นสหายในยามเดินทางไกลไปสู่ที่สุดแห่งธรรม และถ้าหากเราได้สั่งสมบุญไว้อย่างดีแล้ว สมบัติทั้งหลายจะบังเกิดขึ้นมาเอง มาอย่างเย็นๆ และอยู่ให้เราได้ใช้สร้างบารมีอย่างเต็มที่อย่างสะดวกสบาย

เมื่อเราเห็นคุณค่าของบุญอย่างนี้แล้ว ควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องบำเพ็ญบารมีเยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ที่ท่านมองเห็นคุณค่าของบุญบารมี ว่าเป็นสิ่งที่สูงค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆ หรือเหมือนอย่างพระอานนท์เถระ ผู้ทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐากได้อย่างยอดเยี่ยม กว่าท่านจะได้ตำแหน่งนี้มา ต้องสั่งสมบุญอย่างมาก   ท่านได้เล่าถึงสมัยที่เคยเป็นพระราชกุมารพระนามว่า สุมนะ  เป็นน้องต่างพระมารดาของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า

* ในครั้งนั้น ท่านได้อาสาออกรบเพื่อปราบปรามโจรผู้ร้ายด้วยตนเอง และสามารถปราบกบฏลงได้อย่างราบคาบ พระราชบิดาทรงปีติโสมนัสมากที่พระราชโอรสมีความเก่งกล้าสามารถ จึงรับสั่งให้สุมนกุมารเข้าเฝ้า พร้อมกับประทานพรให้กับสุมนกุมารผู้เป็นบัณฑิต ท่านมีความศรัทธาเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก พอพระราชบิดาตรัสประทานพรให้ จึงกราบทูลขออุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยปัจจัย ๔ ตลอด ๓ เดือน

พระราชาทรงแปลกพระทัย ทีแรกคิดว่าถ้าสุมนกุมารทูลขอราชสมบัติ ก็จะมอบให้ตามความปรารถนา แต่กลับขอทำบุญ ซึ่งพระราชาก็ปรารถนาจะทำบุญเช่นกัน จึงไม่ให้พรนี้ พระกุมารทูลว่า “ขึ้นชื่อว่ากษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ ขอพระองค์ได้โปรดพระราชทานพรนี้แก่ข้าพระองค์เถิด” พระราชาเมื่อเห็นความตั้งใจมั่นของพระราชโอรส ในที่สุดก็อนุญาตให้อุปัฏฐากบำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอด ๓ เดือน

พระราชกุมารจึงไปทูลอาราธนานิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยพระอรหันตสาวกอีกหนึ่งแสนรูป มาฉันภัตตาหารที่พระราชวังทุกวัน แต่ระยะทางระหว่างวัดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจำพรรษากับพระราชวังไกลกันถึง ๒,๐๐๐ โยชน์ เพื่อความสะดวกในการบำเพ็ญบุญจึงให้สร้างวิหารในที่ทุกๆ ๑ โยชน์ แล้วให้สร้างพระวิหารในอุทยาน สร้างพระคันธกุฎี สำหรับพระผู้มีพระภาคเจ้า สร้างอาคารที่พักสำหรับภิกษุทั้งหลาย ท่านมีมหาปีติตลอดเวลา เห็นบุญใหญ่รออยู่ข้างหน้าซึ่งมีค่ายิ่งกว่าภูเขาเพชรภูเขาทองเสียอีก สมบัติอะไรก็ไม่อยากได้นอกจากบุญอย่างเดียว อยากทำบุญใหญ่กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์

คำว่าทำบุญกับพระแสนรูปนั้น เมื่อก่อนเราอาจเกิดความรู้สึกว่าทำได้ยาก เพราะจะหาพระมารับนิมนต์เพียงไม่กี่รูปก็หายากแล้ว แต่พวกเรามีบุญมากที่ได้ทำบุญใหญ่กับพระ ซึ่งมาร่วมงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ที่ผ่านมาก็ดี มาร่วมงานทอดผ้าป่าในวาระสำคัญๆ ที่ผ่านมาก็ดี ได้ทำบุญกับพระเป็นจำนวนเรือนแสนกัน

ตลอดพรรษานั้น สุมนราชกุมารได้ถวายทานกับพระภิกษุสงฆ์จำนวนเรือนแสน โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ท่านสมาทานศีล ๘ และรักษาอุโบสถศีลตลอดพรรษา ทานที่ถวายจึงบริสุทธิ์ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ ตลอดจนวัตถุทานก็บริสุทธิ์ และท่านสังเกตเห็นว่า พระสุมนเถระผู้เป็นอุปัฏฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ใกล้ชิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สุด ท่านจึงปรารถนาอยากจะเป็นอุปัฏฐากอย่างนั้นบ้าง ในวันออกพรรษาท่านได้ถวายผ้าไตรจีวรแสนชุดให้กับพระสงฆ์ทุกรูป แล้วกราบทูลพระพุทธองค์ว่า “ด้วยบุญกุศลที่ข้าพระองค์ได้ทำในครั้งนี้ ขอให้ข้าพระองค์ได้ออกบวชเป็นพุทธอุปัฏฐาก เหมือนกับพระสุมนเถระด้วยเถิด”

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูบุญในตัวของสุมนกุมารว่า ความคิดอันยิ่งใหญ่นี้จะสำเร็จไหม ทรงทราบว่าในกัปที่หนึ่งแสนนับแต่ภัทรกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า โคดม จักเสด็จอุบัติขึ้น สุมนกุมารจะได้เป็นอุปัฏฐากของพระโคดมพุทธเจ้า จึงตรัสให้พรว่า “ขอให้สิ่งที่พระกุมารตั้งความปรารถนาไว้ จงเป็นผลสำเร็จเถิด”

ตั้งแต่นั้นมา พระกุมารทรงให้ทานตลอดแสนปี ตั้งใจทำความดีทุกอย่าง ทำอะไรท่านก็อธิษฐานจิต ว่า ขอให้ได้เป็นอุปัฏฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และในภพชาติสุดท้าย ท่านก็สมปรารถนา ได้มาเป็นพระอานนท์พุทธอนุชา แล้วยังได้รับตำแหน่งให้เป็นพุทธอุปัฏฐากอีก ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างสมบูรณ์ กระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่นชมว่าเป็นอุปัฏฐากที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

เราจะเห็นได้ว่า หัวใจของยอดนักสร้างบารมี เมื่อรู้ว่าเวลาของการทำความดีมีไม่มาก อย่างพระกุมารท่านมีจำกัดเพียงแค่ ๓ เดือนเท่านั้น จึงได้ใช้เวลาทุ่มเทชีวิตจิตใจสร้างบุญอย่างเต็มที่ แล้วบุญนี้ก็เป็นมิตรแท้ติดตามท่านไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งได้สมปรารถนาในชาติสุดท้าย ดังนั้นความสำเร็จต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นในชีวิต เกิดขึ้นได้ด้วยอานุภาพแห่งบุญ บุญจะอยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่าง

ในนิธิกัณฑสูตรพระองค์ตรัสไว้ว่า “ขุมทรัพย์คือ บุญ ที่ฝังไว้ดีแล้วด้วยการทำทานในสงฆ์ก็ดี รักษาศีล มีความสำรวม และหมั่นฝึกฝนอบรมตนเองก็ดี ขุมทรัพย์นั้นชื่อว่า ฝังไว้ดีแล้ว เป็นของติดตามตนไปได้ ขุมทรัพย์คือบุญนี้ ไม่สาธารณะแก่ชนเหล่าอื่น โจรก็ลักไปไม่ได้ บุญนิธินั้นอำนวยผลที่น่าปรารถนาทุกอย่างแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ปรารถนาอิฐผลใดๆ อิฏฐผลทั้งหมดนั้นอันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้”

ดังนั้น ความสุขความสำเร็จทุกอย่าง จึงเกิดจากบุญที่เราได้สั่งสมกันมาอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมบัติของมนุษย์ สมบัติในเทวโลก และสมบัติอย่างยิ่งคือพระนิพพาน อิฏฐผลทั้งหมดนั้นก็ย่อมสำเร็จได้ด้วยบุญทั้งสิ้น การที่จะให้ได้บรรลุวิชชา ๓  วิชชา ๘  อภิญญา ๖  ปฏิสัมภิทาญาณ ๔  จรณะ ๑๕  ก็สำเร็จได้ด้วยบุญนิธินี้

เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้มีปัญญา จึงสรรเสริญการสั่งสมบุญอยู่เสมอ เพราะบุญจะคอยดึงดูดทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติต่างๆ มาสู่ตัวเรา ทั้งสติปัญญาความสามารถ เราจะเป็นที่นับหน้าถือตา เป็นที่สรรเสริญของมนุษย์และเทวา เป็นทั้งต้นแบบและต้นบุญในการสร้างบารมี  ดังนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเราที่จะทำให้เราก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จของชีวิตอย่างมั่นคงและปลอดภัย   ฉะนั้น อย่าได้ละเลยในการสั่งสมบุญกัน แล้วเราจะสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ปรารถนาไว้

* มก. เล่ม ๑๓ หน้า ๑๙๕

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/16957
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพุทธสาวก-พุทธสาวิกา

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article
สารบัญ หนังสือธรรมะเพื่อประชาชน

Leave a Comment

Your email address will not be published.