๓๑. แสวงหาธรรมกายดีกว่า

แสวงหาธรรมกายดีกว่า

วิชชาธรรมกายสำคัญมากๆ จำเป็นมากๆ สำหรับชีวิตมนุษย์ จำเป็นยิ่งกว่าปริญญาในทางโลกเสียอีก

หลวงพ่อได้คุยกับดอกเตอร์หลายๆ ท่าน มักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนที่ยังไม่ได้ดอกเตอร์ ก็อยากได้ พอได้ดอกเตอร์แล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไร และยังบอกอีกว่า ถ้าหากให้ท่านเลือกระหว่างการได้เข้าถึงธรรมกายหรือถึงวิชชาธรรมกาย แล้วแลกกับดอกเตอร์ ท่านยอมแลกดอกเตอร์ขอให้ได้ธรรมกาย เพราะว่าเข้าถึงธรรมกายแล้วเป็นที่พึ่งแก่เราได้

ได้ข่าวว่า ลูกๆ หลวงพ่อหลายๆ ท่าน ทั้งพระภิกษุ สามเณร กำลังกระหายปริญญากัน จะขอเรียนต่อทางโลกเพื่อให้มีปริญญา เนื่องจากมีความรู้สึกขาดแคลนปริญญา มีความรู้สึกลึกๆ คิดไปเองว่า เป็นพลเมืองชั้นสอง รู้สึกมีปมด้อย มีความรู้สึกเหล่านี้ติดอยู่ในใจ

หลวงพ่อว่า เรากำลังจะออกนอกทางกันนะ เพราะวัตถุประสงค์ของหลวงพ่อ อยากให้ลูกทุกรูป อุบาสก อุบาสิกาทุกคน ได้ศึกษาความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีอะไรเหมือน เป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วอยากให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของวิชานี้ แล้วภาคภูมิใจในการที่ได้เข้ามาอยู่ร่วมสำนัก อยู่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่หลวงพ่ออยากให้เกิดขึ้น จึงอยากจะย้ำให้ลูกๆ ทุกท่านได้ทราบไว้ว่า ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่หรือเท่าเทียมวิชชาธรรมกายได้เลยแม้แต่นิดเดียว หลวงพ่อขอยืนยัน

เพราะฉะนั้น แทนที่เราจะทุ่มตัวไปศึกษาความรู้ในทางโลก เพื่อให้ได้ปริญญาตรีแบบทางโลก หลวงพ่อคิดว่า เราควรจะมุ่งเข้าไปศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งอยู่ภายใน ซึ่งเราจะใช้เวลาในชีวิตของเราที่เหลืออย่างจำกัดไม่กี่สิบปีนี้ ศึกษาเท่าไรมันก็ไม่หมด อายุยืนสักพันปีก็ไม่หมด อย่างนี้น่าจะดีกว่า

ดังนั้น ใครที่มีความคิด รู้สึกว่าเป็นปมด้อย เลิกคิด แล้วตั้งใจเอา ๓ ป. ให้ได้ นั่นแหละเป็นหลัก และเรียนเสริมอีก ๑ ภาษา ภาษาอะไรก็ได้ หรืออย่างน้อยภาษาอังกฤษ เพื่อที่เราจะได้นำความรู้วิชชาธรรมกายไปถ่ายทอดให้กับชาวโลกเขารับทราบ

แล้วจำไว้นะ ความรู้ที่ชาวโลกขาดแคลนจริงๆ คือ “วิชชาธรรมกาย” เวลาที่สาธุชนมาหาหลวงพ่อ ไม่มีใครเคยถามเลยว่า จบอะไรมา แต่เขาจะถามว่า

ทำอย่างไร ใจถึงจะหยุดนิ่ง
ทำอย่างไร ถึงจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง
ทำอย่างไร ถึงจะเข้าถึงพระธรรมกาย
ทำอย่างไร จะเข้าถึงอภิญญา
ทำอย่างไร จึงจะระลึกชาติได้

นี่คือคำถามที่หลวงพ่อได้รับจากคนทุกระดับ ตลอดระยะเวลาที่บวชมา ไม่มีใครถามเลยว่า จบอะไรมา มันเสียเวลาเปล่า ถ้าหากเราคิดมุ่งจะไปเอาปริญญามา คิดไปเองว่า เราขาดแคลนปริญญา เป็นปมด้อย เลิกคิดได้แล้ว

ลูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีคุณค่ามหาศาล แล้วความรู้ที่มีอยู่นี้ ไม่มีใครๆ ในโลกมี มีแต่เราที่จะมี เพราะฉะนั้นทุ่มตัวศึกษาเถิด เข้าถึงธรรมกายเมื่อไร ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายเมื่อไร จะซาบซึ้งในสิ่งที่หลวงพ่อพูดยิ่งกว่านี้ หลายๆ ล้านเท่า ซึ่งผู้ที่เขาเข้าถึงก็มีอยู่ เพราะฉะนั้นปรับจิต ปรับใจคิดกันเสียใหม่ เราไม่มีปมด้อย เราไม่มีปมเด่น แต่เรามีปมดี ปมที่เข้าถึงพระธรรมกาย เป็นปมดีที่ชาวโลกเขาขาดแคลน

ดูหลายๆ ท่านจบปริญญามา ยังมีความรู้สึกว่า ชีวิตยังไม่สมบูรณ์เลย ยังไม่เต็มเปี่ยม แสดงว่า ลึกๆ จริงๆ แล้ว เรากำลังแสวงหาสิ่งสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตเต็มเปี่ยมสมบูรณ์มีคุณค่า เพราะฉะนั้นทุกคนกำลังมีฐานะเท่าเทียมกันทั้งหมดเลย ทั้งลูกสามเณรก็ดี พระก็ดี คือการแสวงหาธรรมกาย สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด ตอนนี้เรามีฐานะเท่าเทียมกันแล้ว ไม่ได้วัดด้วยปริญญาเลย

ใครทำใจหยุดนิ่งได้เร็ว คนนั้นก็เข้าถึงได้เร็ว
ใครหยุดนิ่งได้ช้า ก็เข้าถึงช้า
เราไม่มีปมด้อยในใจเลย
เรามีปมดีของเรา
เรากำลังจะทำความดีนะลูกนะ
๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92
ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร

กลับสู่
สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

Leave a Comment

Your email address will not be published.