39. กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ

กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ

มีความเชื่อว่า คนกินมังสวิรัติจะมีอายุยืน และได้บุญมาก จริงไหมคะ และการทำเช่นนี้จะส่งผลไปในภพชาติหน้าอย่างไรคะ

คุณครูไม่ใหญ่ :
คนเราที่มีอายุยืน หรืออายุสั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีกรรมปาณาติบาตในอดีตมาหรือไม่ อย่างคนดื่มเหล้า บางคนก็อายุยืน บางคนก็อายุสั้น โดยสรุปถ้ามีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติอายุก็สั้น แต่ถ้าไม่มีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติอายุก็ยืน คนเราจะอายุยืนหรืออายุสั้นขึ้นอยู่กับบาปกรรมปาณาติบาต ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอาหาร

ส่วนจะได้บุญมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า แม้จะกินมังสวิรัติหรือไม่กินมังสวิรัติก็ตามหากกินแล้วได้ทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ*มากหรือน้อยเพียงใด ถ้าทำมาก ก็ได้บุญมากถ้าทำน้อยก็ได้บุญน้อย ภพชาติต่อไปจึงขึ้นอยู่กับทำบุญดังกล่าวมากหรือน้อยเรื่องกินมังสวิรัติกับไม่มังสวิรัติเป็นข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล แต่ความเห็นส่วนตัวของครูไม่ใหญ่ว่า จะกินหรือไม่กินก็แล้วแต่ ทำอย่างไรก็ได้ให้เราหมดกิเลสก็แล้วกัน ถ้ากินแล้วมีกำลัง ก็เอากำลังนั้นไปทำความเพียรให้หมดกิเลสก็ดี หรือ*บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ

๑ ให้ทาน ๒ รักษาศีล๓ เจริญสมาธิภาวนา ๔ ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน๕ ขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖ ให้ส่วนบุญ๗ อนุโมทนาบุญ ๘ ฟังธรรม๙ แสดงธรรม ๑๐ ปรับความเห็นให้ถูกต้องหากไม่กินมังสวิรัติ แต่ก็พยายามทำให้หมดกิเลสก็ใช้ได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็วางเป็นกลาง ๆ ไว้ เนื่องจากห้ามคนฆ่าสัตว์มันยากคือ ถ้าห้ามได้ก็ดี แต่ความจริงมันห้ามได้ยากเพราะคนฆ่าก็อยากจะฆ่า เพราะความโลภอยากได้เงิน รวมกับวิบากกรรมปาณาติบาตของสัตว์ตัวนั้นจึงต้องมาถูกเขาฆ่า มันเป็นเรื่องโลกแตก และอีกอย่าง เวลาในโลกมนุษย์มันสั้น ถ้ามัวแต่ห้ามกันเรื่องนี้ก็หมดเวลาไม่ต้องสอนเรื่องอื่นกัน เพราะมัวแต่จะเถียงกันไม่จบ

เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราห้ามเขาฆ่าไม่ได้ก็ให้เลือกรับประทานเนื้อตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ คือ ไม่ได้เห็นเขาฆ่าเพื่อเรา ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเพื่อเรา หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อเรา เพราะฉะนั้น อย่าไปสงสัยซะก็หมดเรื่อง เสียทรัพย์ แต่อย่าเสียศีล เพราะเขาฆ่ามาแล้ว มันเป็นวิบากกรรมกันมาอย่างครูไม่ใหญ่เป็นสองอย่างเลย ตอนเป็นหนุ่ม ยังแข็งแรง ใครเอาอะไรมา ก็ฉันทั้งนั้น เอาผักมา ก็ฉันผัก เอาเนื้อมา ก็ฉันเนื้อเอาแค่พอมีกำลัง แต่พออายุมากขึ้น ตอนนี้กินเจ แต่เจเขี่ย คือเขาทำอาหารมา ก็จะมีทั้งผักทั้งเนื้อผสมกัน แต่ครูไม่ใหญ่จะเขี่ยเนื้อออก แล้วฉันแต่ผักกับน้ำ เพราะว่าระบบย่อยไม่ค่อยดีเหมือนตอนหนุ่มๆ กินเพื่อสุขภาพดังนั้น ครูไม่ใหญ่เป็นทั้งมังสวิรัติด้วย แล้วก็ไม่ใช่มังสวิรัติด้วย แต่ว่ามังสวิรัติไม่สมบูรณ์ฉันแล้วมีกำลัง เราก็ทำความเพียรกันไปเพราะฉะนั้น เอาว่าอะไรก็ได้ที่มันถูกกับขันธ์ธาตุ อายตนะของเรา แล้วทำให้การปฏิบัติธรรมได้ผลดี เราก็เอาอย่างนั้น

แต่ก็ให้ยึดหลักที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านวางเอาไว้ คือ ถ้าเป็นพระ จะฉันเนื้อ ให้เว้นเนื้อ ๑๐ อย่าง คือ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้างเนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้องู เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือเหลือง เนื้อเสือดาว และเนื้อหมี ซึ่งล้วนแต่เป็นเนื้อสัตว์ร้ายๆ ทั้งนั้น ซึ่งเราไม่ค่อยจะเจอเท่าไร ส่วนใครที่รับประทานมังสวิรัติ ก็อย่าไปคิดว่า เราดีกว่าคนอื่น หรือเราไม่ได้รับประทาน เราก็อย่าไปคิดว่า เราด้อยกว่าคนอื่น มันจะเป็นเหตุให้ทะเลาะกันจนกระทั่งหมดเวลาในเมืองมนุษย์ เอาเป็นว่าทำอย่างไรก็ได้ให้กำจัดกิเลสอาสวะให้หมดไปก็แล้วกัน
๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://www.dhamma01.com/book/12
ต้นฉบับ หนังสือ ที่นี่มีคำตอบ ๒

กลับสู่
สารบัญ หนังสือที่นี่มีคำตอบ

Leave a Comment

Your email address will not be published.