เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๙)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๙)

พระรัตนตรัย คือ รัตนะอันลํ้าค่ายิ่งกว่ารัตนะใดๆ ในโลก เพราะเป็นที่พึ่งที่ระลึกทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เป็นสิ่งที่เราต้องแสวงหา ต้องปฏิบัติให้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยนี้ให้ได้ ชีวิตจึงจะสมบูรณ์ ปลอดภัย และมีความสุขในการดำรงชีพ เพราะมีหลักของชีวิต ส่วนสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยสำหรับสร้างบารมีเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้ยึดติดหรือยึดมั่นถือมั่น เราเกิดมาเพียงอาศัยสิ่งเหล่านี้สร้างบารมี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการได้อัตภาพเป็นมนุษย์ มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นแก่นสารของชีวิต หาความจริงและความรู้อันประเสริฐของพระอริยเจ้า มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานและที่สุดแห่งธรรม

มีวาระพระบาลีใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
” เยธ มจฺฉริโน โลเก    กทริยา ปริภาสกา
อญฺเญสํ ททมานานํ      อนฺตรายกรา นรา
นิรยํ ติรจฺฉานโยนึ        ยมโลกูปปชฺชเร
คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่ ดีแต่ว่าคนอื่น ทำการกีดขวางคนอื่นผู้ให้อยู่ คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน หรือยมโลก ”

เนื่องจากมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ฟังคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อไม่ได้รับแสงสว่างแห่งธรรมจากผู้รู้ จากบัณฑิตนักปราชญ์ จึงมัวประมาทเพลิดเพลินในชีวิต ไม่แสวงหาบุญกุศลใส่ตัว มีความตระหนี่ฝังแน่นอยู่ในใจ หลงผิดไปทำบาปอกุศลจนเป็นอาจิณ เช่น ขัดขวางคนอื่นที่กำลังทำความดีบ้าง ล่วงละเมิดศีลซึ่งเป็นมาตรฐานของความเป็นมนุษย์บ้าง เพราะไม่เห็นผลของบาปว่า จะเป็นวิบากอันเผ็ดร้อนเพียงไร เนื่องจากจิตใจถูกความโลภ ความโกรธ ความหลงครอบงำจนมืดสนิท จึงทำให้ชีวิตหลังความตายน่ากลัว ต้องตกไปสู่อบายภูมิ

บุคคลเหล่านี้จะเสียใจต่อเมื่อบาปนั้นตามส่งผล เมื่อรู้ตอนนั้นก็สายเกินไปแล้ว แก้ไขอะไรก็ไม่ได้ ร้องทุกข์ก็ไม่ได้ ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสในอบาย ซึ่งหนักยิ่งกว่าการรับโทษในเมืองมนุษย์มากมายนัก ดังประสบการณ์ของพระเจ้าเนมิราชที่ได้ไปพบเห็นสัตว์นรก ซึ่งกำลังเสวยวิบากกรรมอันทุกข์ทรมาน เป็นผลที่เกิดมาจากเมื่อครั้งที่ยังเป็นมนุษย์นั่นเอง

* ในระหว่างทางที่มาตลีเทพสารถีขับรถไปนั้น ได้แสดงภาพของนายนิรยบาลที่กำลังเอาเชือกเหล็กลุกโพลง ผูกคอสัตว์นรก จับตัวให้ล้มลงบนแผ่นดินเหล็กที่ลุกโพลง เอาอาวุธชนิดต่างๆ กระหนํ่าทุบตีอย่างไร้ปรานี พระเจ้าเนมิราชจึงไต่ถามถึงบุพกรรมของสัตว์นรกเหล่านั้น มาตลีเทพสารถีทูลว่า “สัตว์นรกเหล่านี้เคยเป็นคนฆ่าแกะ สุกร ปลา ครั้นฆ่าสัตว์เลี้ยงแล้ว ได้แล่เนื้อออกเป็นชิ้นๆ เพื่อวางขายในร้าน เขาทำอาชีพฆ่าสัตว์เพื่อนำไปขายเลี้ยงชีพจนตลอดชีวิต ครั้นละจากโลกมนุษย์แล้ว เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ สัตว์นรกเหล่านี้จึงถูกนายนิรยบาลเอาเชือกเหล็กที่ลุกโพลงผูกคอไว้ และจับตัวมาประหารด้วยอาวุธต่างๆ ตามที่พระองค์เห็นนั่นเอง”

มาตลีเทพสารถีขับรถต่อไป พลางแสดงห้วงน้ำที่เต็มด้วย มูตรและคูถ มีกลิ่นเหม็นไม่สะอาด เน่าฟุ้งไปทั่ว พวกสัตว์นรกถูกความหิวครอบงำ ต่างกินมูตรและคูถนั้นด้วยความเอร็ดอร่อย เนื่องจากในภพชาติก่อน สัตว์นรกเหล่านี้ชอบก่อทุกข์เบียดเบียนมิตรสหาย และผู้อื่นเสมอ อีกทั้งเป็นคนพาลประทุษร้ายมิตร บริโภคข้าวปลาอาหารที่บ้านเพื่อนแล้ว ยังขโมยเงินทองของเขาอีก ด้วยกรรมนั้นจึงทำให้ต้องกินมูตร และคูถในห้วงน้ำเน่าแห่งนี้เป็นเวลายาวนาน

นรกขุมถัดไป เป็นห้วงน้ำที่เต็มด้วยเลือดและหนอง มีกลิ่นเหม็นไม่สะอาด สัตว์นรกถูกความร้อนแผดเผาแล้ว พากันดื่มเลือดและหนองเป็นอาหาร ที่เป็นเช่นนี้เพราะเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ได้ฆ่ามารดาบิดาของตน และพระอรหันต์ ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงเป็นกรรมหนัก นอกจากจะตกอเวจีมหานรกแล้ว เศษกรรมยังทำให้มาตกนรกขุมนี้อีก

มาตลีเทพสารถีได้แสดงอุสสทนรกขุมต่อไป ซึ่งนายนิรยบาลกำลังเอาเบ็ดเหล็กลุกโพลงโตเท่าลำตาล เกี่ยวลิ้นสัตว์นรกขึ้นมา ทำให้สัตว์นรกเหล่านั้นล้มลงบนแผ่นโลหะที่ลุกโพลงและให้นอนแผ่ เอาขอเหล็กสับเหมือนสับหนังโค พวกสัตว์นรกดิ้นรนเหมือนปลาดิ้นอยู่บนบก ไม่อาจทนทุกข์นั้นได้ พากันร้องไห้ ครํ่าครวญด้วยความทุกข์ระทม

มาตลีเทพสารถีทูลพระเจ้าเนมิราชว่า “สัตว์นรกเหล่านี้ สมัยที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ในตำแหน่งผู้ตีราคาสินค้า ไปโกงเขาบ้าง หรือเป็นพ่อค้าเอาเปรียบเขา เป็นผู้เห็นแก่ได้อย่างเดียว มีความโลภครอบงำจิตใจ กดราคาสินค้าของผู้ที่มาขายให้ตนต่ำกว่าความเป็นจริง ซื้อถูกขายแพงเกินความเป็นจริง เพราะกรรมนั้นจึงต้องมาเสวยวิบากกรรมเช่นนี้”

ครั้นผ่านนรกขุมต่อไป ได้พบสัตว์นรกหญิงมีร่างกายแตกไปทั่ว มีแมลงวันตอม เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง มีศีรษะขาด ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ หญิงนรกเหล่านี้จมอยู่ในแผ่นดินเพียงแค่เอวตลอดเวลา ภูเขาไฟมาจาก ๔ ทิศ ลุกโพลงกลิ้งมาบดหญิงนรกเหล่านั้นให้ละเอียดไป ครั้นตายไปก็กลับฟื้นขึ้นมาใหม่

พระเจ้าเนมิราชทอดพระเนตรเห็นแล้ว ทั้งหวาดกลัวและสงสารสัตว์นรกเหล่านั้นเป็นกำลัง มาตลีเทพสารถีทูลว่า “หญิงนรกเหล่านั้น เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกเป็นหญิงนักเลงชอบเที่ยวหมกมุ่นในอบายมุข นอกใจสามี คบหายินดีในชายอื่นเป็นอาจิณ จึงต้องมารับกรรมเช่นนี้”

นอกจากนี้ยังมีสัตว์นรกที่ตกอยู่ในบ่อใหญ่เต็มไปด้วยถ่านเพลิงลุกโพลง สัตว์นรกเหล่านั้นถูกนายนิรยบาลถืออาวุธต่างๆ ทิ่มแทงเหมือนนายโคบาลแทงฝูงโคที่ไม่เข้าคอก มาตลีเทพสารถี ทูลว่า “สัตว์เหล่านี้ เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกรรมไม่ดี ล่วงเกินภรรยาของชายอื่น และประพฤตินอกใจภรรยาของตนเอง ไม่อยู่ในกรอบของศีลธรรม ทำให้มาตกนรกขุมนี้ ที่เป็นประดุจโคถูกทิ่มแทงให้ได้รับความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา”

ทูลดังนี้แล้ว มาตลีเทพบุตรได้ทำนรกขุมนั้นให้อันตรธานไป และได้แสดงนรกเป็นที่หมกไหม้ของพวกมิจฉาทิฏฐิต่อไปอีก พระเจ้าเนมิราชตรัสถามว่า “สัตว์นรกเหล่านี้ ทั้งน้อยใหญ่ มีรูปร่างพิลึกแออัดยัดเยียดอยู่ในนรก สัตว์นรกเหล่านี้ทำบาปอะไรไว้ จึงต้องเสวยทุกขเวทนาอันแสนสาหัสถึงเพียงนี้”

มาตลีเทพสารถีทูลว่า “สัตว์เหล่านี้เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีความเห็นผิด เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือ คิดเอาเองด้วยความเข้าใจผิดว่า ทานที่ให้ไม่มีผล การบูชาไม่มีผล การเซ่นสรวงไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วไม่มี มารดาบิดาไม่มีบุญคุณ สมณพราหมณ์ผู้ตั้งใจปฏิบัติเพื่อละราคะ โทสะ โมหะไม่มีในโลก สัตว์ผู้ผุดเกิดไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี ครั้นทำบาปอกุศลเป็นอาจิณ และชักชวนผู้อื่นให้มีความเห็นผิดตามไปด้วย จึงต้องตกไปในอเวจีมหานรกเป็นเวลายาวนาน ครั้นพ้นจากมหานรกนั้น ต้องมาเสวยทุกขเวทนาอันแสนสาหัสในอุสสทนรกแห่งนี้อีกยาวนานเช่นเดียวกัน”

จะเห็นว่า ชีวิตหลังความตายของผู้ที่ทำแต่บาปอกุศลเป็นอาจิณ ช่างเป็นชีวิตที่อาภัพอับโชคเหลือเกิน อับโชค คือ หมดโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนให้สูงขึ้น หมดโอกาสที่จะสั่งสมบุญเหมือนในโลกมนุษย์ ต้องเสวยผลกรรมในอบายเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหลวงพ่อจึงอยากให้ทุกคนพ้นจากอบายภูมิเหล่านี้ ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติที่เราเวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างบารมีในสังสารวัฏนี้ ขออย่าได้พลัดหลงไปบังเกิดในดินแดน แห่งความทุกข์ทรมานเหล่านั้นเลย นั่งธรรมะกันได้ดีกว่านี้ เราค่อยฝันในฝันไปดูกัน ไปพิสูจน์ความเป็นไปของสัตว์เหล่านั้น ทั้ง ๓๑ ภูมิ จะได้ไม่ต้องตกไปในอบายภูมิเหล่านั้นเด็ดขาด ถ้าละเว้นจากบาปอกุศลทั้งหลาย ทำแต่บุญกุศลล้วนๆ และหมั่นประพฤติธรรม ทำใจให้ผ่องใส สั่งสมบุญยิ่งๆ ขึ้นไป โดยไม่ประมาทในชีวิต เส้นทางไปสู่สวรรค์นิพพานของเราย่อมราบรื่นกันทุกคน

* มก. เนมิราชชาดก เล่ม ๖๓ หน้า ๒๖๘

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/6888
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับศาสดาเอกของโลก

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article
สารบัญ หนังสือธรรมะเพื่อประชาชน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *