วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๑)

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๑)

ช่วงชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก การยอมเสียเวลาเพื่อลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่ง จะต้องใคร่ครวญให้ดี เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและเงินตราที่เสียไป เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและโอกาสดีๆ ที่ต้องสูญเสียไป แต่การลงมือทำความดีนั้น ไม่มีการสูญเสีย มีแต่ได้กับได้อย่างเดียว การที่เราให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ล้วนได้ประโยชน์ใหญ่ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดและยังสามารถสั่งสมบุญได้อีก การทำบุญไม่ต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน เพราะนอกจากจะได้กำไรชีวิตแล้ว ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไร เพื่อไปใช้ในภพชาติต่อไปได้อีก ผู้มีบุญมีปัญญาต้องรีบสั่งสมบุญ โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ฝึกใจหยุดใจนิ่ง จะทำให้เราเข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต มีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอย่างแท้จริง ฉะนั้นการลงทุนถูกที่สุด คุ้มค่าที่สุดและได้ผลมากที่สุด คือ การทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นั่นเอง

มีพระพุทธศาสนสุภาษิตใน โสณกชาดก ว่า
” กาเม คิทฺธา กามรตา     กาเมสุ อธิมุจฺฉิตา
นรา ปาปานิ กตฺวาน        อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ
เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน      นิกฺขนฺตา อกุโตภยา
เอโกทิภาวาธิคตา          น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ
นรชนผู้กำหนัดในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นอยู่ในกาม กระทำบาปกรรมแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ ส่วนนรชนเหล่าใด ละกามทั้งหลายได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ บรรลุความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว นรชนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคติ ”

ทางมาแห่งบาปอกุศล ที่ทำให้มนุษย์ต้องตกไปสู่อบายภูมินั้น ทางหนึ่งคือ มีความกำหนัดยินดีและหมกมุ่นในกามจนเกินไป ทำให้ใจหมอง ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ เมื่อราคะกลุ้มรุม โมหะเข้าครอบงำจิตใจ สิ่งที่ไม่เคยคิดก็กล้าคิด สิ่งที่ไม่เคยพูดก็กล้าพูด สิ่งที่เป็นบาปอกุศลที่ไม่เคยทำก็กล้าทำ เช่นนี้แล้ว วิบากกรรมย่อมนำไปสู่ทุคติภูมิแน่นอน

ส่วนผู้ที่ไม่ประมาท เห็นทุกข์เห็นโทษในกาม แม้จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกซึ่งเป็นกามาวจรภูมิ แต่ไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจกิเลสกามหรือวัตถุกามเหล่านี้ จะมุ่งแสวงหาความสงบของใจ แสวงหาความสุขที่ละเอียดประณีตยิ่งกว่าเบญจกามคุณ สุขที่เป็นอมตะ คือสุขที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่ง ได้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน ซึ่งเกิดจากการประพฤติธรรม ย่อมนำไปสู่สุคติภูมิ นั่นคือผู้ประพฤติธรรมนั้นย่อมมีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอย่างแน่นอน

หลวงพ่อมีเรื่องราวการสร้างบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ในครั้งที่พระองค์ยังทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านเป็นปุโรหิตผู้ทรงธรรมของพระราชา เป็นผู้มีปัญญามาก ฉลาดในการกล่าวธรรม และแก้ไขปัญหาธรรมอันลึกซึ้ง จนเกียรติศัพท์เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งชมพูทวีป แม้พญานาคราชยังอยากจะสนทนาธรรมด้วย วันหนึ่งจึงได้หาโอกาสมาสนทนาธรรมกับท่าน พญานาคบังเกิดความเลื่อมใส เกิดมหาปีติ ได้มอบเครื่องประดับ คือแก้วมณี เพื่อบูชาธรรมพระโพธิสัตว์ แต่ครั้นกลับถึงนาคพิภพ วิมลาเทวีอัครมเหสีไม่เห็นแก้วมณี ก็ทวงถามว่าหายไปไหน

* พญานาคราชตอบว่า “ดูก่อนน้องนางผู้เจริญ เราได้สดับธรรมกถาของท่านปุโรหิตผู้ทรงธรรม เกิดจิตเลื่อมใส จึงบูชาธรรมท่านด้วยแก้วมณี ท่านปุโรหิตเป็นบุคคลผู้ควรบูชา แม้แต่ท้าวสักกเทวราชก็ยังบูชาธรรมท่านด้วย” พญานาคราชพรรณนาคุณของพระโพธิสัตว์ว่า “ท่านกล่าวธรรมกถาได้ไพเราะราวกับกาลเป็นที่อุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระราชาทั้งหมดในชมพูทวีปต่างพอใจในการฟังธรรมจากท่าน ถึงขนาดฟังแล้วไม่อยากเสด็จกลับแว่นแคว้นของตน เพราะเสียงของพระโพธิสัตว์เป็นประดุจเสียงพิณหัตถีกันต์ ที่ยังใจของสรรพสัตว์ให้เพลิดเพลินยินดีได้ บุคคลใดฟังธรรมจากท่าน นับเป็นอุดมมงคลสำหรับชีวิตของบุคคลนั้นทีเดียว”

พระนางวิมลาเทวีสดับคุณของพระโพธิสัตว์แล้ว อยากจะฟังธรรมกถาบ้าง จึงตรองว่า “หากเราจะขึ้นไปยังเมืองมนุษย์ ก็เกรงจะมีภัย เดี๋ยวจะไม่ได้ฟังธรรม” จึงแสร้งทำเป็นล้มป่วย พลางแสดงเจตจำนงว่า “ถ้าไม่ได้ดวงหทัยของพระโพธิสัตว์คงต้องตายแน่” พญานาคถึงกับสะดุ้ง เพราะสิ่งที่นางปรารถนานั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เสมือนการปรารถนาพระจันทร์พระอาทิตย์ จึงกล่าวว่า “ขอน้องนางอย่าได้ปรารถนาบุรุษอาชาไนยเช่นนั้นเลย จงบอกวิธีแก้โรคอย่างอื่นมาเถิด”

พระนางวิมลาเทวีทำเป็นโศกเศร้าเสียใจ ไม่ยอมพูดจากับใคร แม้พญานาคราชจะมีความเคารพยำเกรงในพระโพธิสัตว์ แต่ก็ทั้งรักทั้งหลงในมเหสีของตน ไม่ต้องการให้มเหสีสุดที่รักตาย ขณะเดียวกันนั้นเอง ธิดานาคกัญญามาเข้าเฝ้า เห็นบรรยากาศไม่ดีจึงถามว่า “ทำไมเสด็จพ่อถึงมีพระพักตร์เหมือนดอกปทุมที่ถูกขยำ ทำไมจึงทุกข์โทมนัสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” พญานาคราชเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ธิดาฟัง เธออยากให้บิดามารดาคลายจากความทุกข์ใจ จึงรับอาสาทำงานนี้โดยไปเที่ยวขับร้องฟ้อนรำ ด้วยลีลาท่าทางที่งดงามน่าดูน่าชม ได้ป่าว ประกาศว่า “นาค ยักษ์ คนธรรพ์ท่านใด ทำสิ่งที่เราปรารถนาได้ จะได้เป็นสามีของเรา”

ขณะนั้นเอง ปุณณกยักษ์หลานของท้าวเวสสวัณมหาราชควบม้ามโนมัยสินธพสูง ๓ คาวุต เหาะผ่านมา เห็นธิดานาคกัญญาก็เกิดจิตปฏิพัทธ์ จึงรับปากว่าจะยินยอมทำตามที่เธอต้องการทุกอย่าง เธอบอกว่า ให้ไปนำดวงหทัยของพระโพธิสัตว์มายังนาคพิภพนี้โดยชอบธรรม เพราะความชอบธรรมนั่นแหละ จึงจะได้เธอมาครอบครอง ยักษ์ดีใจมากรีบควบม้าสินธพไปปฏิบัติภารกิจ ซึ่งม้าสินธพตัวนี้ มีความว่องไวเป็นพิเศษ หูทั้งสองประดับด้วยทองคำ กีบม้าหุ้มด้วยแก้วสีแดง มีเครื่องประดับหน้าอกที่ทำด้วยทองชมพูนุท มีพละกำลังและมีอานุภาพมาก

ก่อนที่จะไปเอาตัวพระโพธิสัตว์ ยักษ์ได้แวะมาที่สำนักของท้าวเวสสวัณก่อน ท้าวเวสสวัณปกครองยักษ์ทั้งหมด  พวกยักษ์ก็มีผู้ปกครองเช่นกัน คิดจะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ ถ้าทำผิดวินัย ต้องถูกหัวหน้าผู้ปกครองเขตลงโทษ อาจถูกกักบริเวณบ้าง หรือให้ลงไปรับราชการในยมโลกบ้าง แล้วแต่โทษหนักโทษเบาที่เผลอพลั้งพลาดไป ทำด้วยความโกรธก็ดี ทำเพราะกิเลสตัณหาครอบงำใจก็ดี ปุณณกยักษ์นี้ก็เช่นกัน แม้มีกำลังมาก แต่ไม่อาจไปฆ่ามนุษย์ หรือทำร้ายผู้ใดตามอำเภอใจได้ จึงจำเป็นต้องไปขออนุญาตจากท้าวเวสสวัณก่อน และได้เล่าเรื่องราวที่ตนปรารถนาจะได้ธิดานาคกัญญา ซึ่งจะต้องแลกตัวกับพระโพธิสัตว์

ท้าวเวสสวัณรู้ว่า ท่านปุโรหิตโพธิสัตว์ไม่ใช่บุคคลธรรมดา ที่ใครๆ จะทำอันตรายได้ แม้ยักษ์ตนไหนก็ไม่อาจฆ่าหรือควักเอาหัวใจได้ ทรงอนุญาตตามที่ยักษ์ต้องการ ปุณณกยักษ์ดีใจมาก รีบควบม้าอาชาไนยมายังโลกมนุษย์ทันที ส่วนปุณณกยักษ์จะไปเอาตัวหรือจะควักเอาหัวใจของพระโพธิสัตว์ได้หรือไม่นั้น เราคงต้องมาติดตามศึกษากันในตอนต่อไป

ขอให้ทุกท่านหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้สงบ สะอาด บริสุทธิ์ อย่าให้ตกเป็นทาสของกิเลสตัณหา แม้เราจะอยู่ในโลกที่ถูกห่อหุ้ม ด้วยกระแสแห่งกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ แต่เมื่อใด ที่เราสามารถทำใจหยุดใจนิ่ง จนเข้าถึงพระธรรมกายในตัว เมื่อนั้นเราจะเป็นอิสระในตัว ไม่ถูกกิเลสอาสวะบังคับบัญชาได้อีกต่อไป ฉะนั้นให้หมั่นทำใจหยุดนิ่งอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะได้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน

* มก. วิธุรชาดก เล่ม ๖๔ หน้า ๓๖๖

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/6829
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับศาสดาเอกของโลก

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article
สารบัญ หนังสือธรรมะเพื่อประชาชน

Leave a Comment

Your email address will not be published.