เมณฑกเศรษฐี ผู้ใจบุญ (๔)

เมณฑกเศรษฐีผู้ใจบุญ (๔)

     การดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรีบร้อน รีบเร่ง และสับสนวุ่นวายนี้  จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีศิลปะในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข  อารมณ์สบาย จัดเป็นศิลปะชั้นสูงในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะการสร้างอารมณ์สบายให้ต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึง เพียงแค่ทำใจนิ่งๆ เฉยๆ อย่างสบายๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายภายในตัว ทำไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน ด้วยความพึงพอใจ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ในไม่ช้าเราจะเข้าถึงอารมณ์สบายอย่างแท้จริง อันจะนำมาซึ่งความสุขที่ถาวรตลอดไป อารมณ์ดี อารมณ์เดียว อารมณ์สบาย จะทำให้พบความสุขอย่างง่ายดายอย่างน่าอัศจรรย์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร ว่า
     “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกก่อนให้ทานเป็นผู้ดีใจ กำลังให้ทานอยู่ ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ครั้นให้ทานแล้วย่อมปลื้มใจ นี้คือองค์ ๓ ของทายก องค์ ๓ ของปฏิคาหกเป็นไฉน ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิคาหกในศาสนานี้ เป็นผู้ปราศจากราคะหรือปฏิบัติเพื่อกำจัดราคะ เป็นผู้ปราศจากโทสะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโทสะ เป็นผู้ปราศจากโมหะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ นี้องค์ ๓ ของปฏิคาหก  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การถือประมาณบุญแห่งทักษิณาทานที่ประกอบด้วยองค์ ๖ ประการอย่างนี้ว่า ห้วงแห่งบุญกุศลมีประมาณเท่านี้ นำสุขมาให้ มีอารมณ์เลิศ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข ไม่ใช่ทำได้ง่าย โดยที่แท้ บุญแห่งทักษิณาทานนั้น ย่อมถึงการนับว่า เป็นห้วงแห่งบุญกุศลที่จะนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้ เป็นกองบุญใหญ่”

     ในครั้งนี้เราจะได้ศึกษาเรื่องราวของการให้ทานของท่านเมณฑกเศรษฐีกันเหมือนเดิม ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ทานอย่างถูกหลักวิชชา จนบังเกิดผลบุญอัศจรรย์ทันตาเห็น ครั้งที่ผ่านมาหลวงพ่อได้กล่าวถึงท่านเมณฑกเศรษฐีและครอบครัว ได้ตัดใจถวายข้าวมื้อสุดท้ายของตัวเองแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านตัดใจเหมือนตายจากคือ เมื่อให้แล้วไม่รู้สึกเสียดายเลย สมดังพุทธพจน์ที่หลวงพ่อได้ยกขึ้นมากล่าวเป็นนิกเขปบทไว้ว่า

     ทายกก่อนให้ทานเป็นผู้ดีใจ กำลังให้ทานอยู่ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ครั้นให้ทานแล้วย่อมปลื้มใจ ส่วนปฏิคาหกที่มารับทานของท่านคือ พระปัจเจกพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่บริสุทธิ์มาก ท่านเป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ โดยเฉพาะท่านเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติใหม่ๆ บุญที่บังเกิดขึ้นจึงเป็นอสงไขยอัปปมาณัง เป็นห้วงแห่งบุญกุศลที่จะนับจะประมาณไม่ได้ เป็นบุญใหญ่มากๆ เหมือนเราไม่สามารถจะคำนวณปริมาณของน้ำในมหาสมุทร เพราะเป็นห้วงน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล เกินวิสัยของมนุษย์ทั่วไปจะคำนวณนับได้

     * เพราะฉะนั้น เมื่อท่านเศรษฐีและครอบครัวได้ทำบุญถูกอู่แห่งทะเลบุญ ผลบุญอัศจรรย์จึงบังเกิดขึ้น แต่ท่านไม่รู้ว่าบุญจะเกิดให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง ถึงอย่างไรก็ปีติดีใจที่ได้ถวายทานถูกเนื้อนาบุญ เพราะฉะนั้นเมื่อเที่ยงวันล่วงไปแล้ว ท่านยังไม่ได้รับประทานอาหาร ถูกความหิวเข้าครอบงำหนักเข้า จึงนอนหลับไป ฝ่ายภรรยาเศรษฐีล้างหม้อข้าวแล้วปิดฝาวางไว้ในครัว ยามเย็นพอเศรษฐีตื่นขึ้นมา ก็ถามว่า “นางผู้เจริญ ฉันหิวเหลือเกิน ข้าวตังก้นหม้อมีเหลืออยู่บ้างไหม?” ทั้งๆ ที่ภรรยาเศรษฐีล้างหม้อมากับมือ แต่เพื่อความมั่นใจ และสบายใจของท่านเศรษฐี จึงได้ลุกเดินเข้าไปในครัวเปิดฝาหม้อออกดู

     ในขณะนั้นเอง ฝาหม้อก็ถูกข้าวสวยมีสีเหมือนดอกมะลิตูมดันออกมาจนล้นปากหม้อ  ภรรยาเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงเกิดปีติขนลุกชูชันไปทั้งตัว รีบร้องเรียกสามีให้มาดูผลแห่งการทำทาน เพราะยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง พร้อมกับอุทานด้วยความเบิกบานใจว่า “ขึ้นชื่อว่าบุญทั้งหลายควรกระทำ ชื่อว่าทานควรจะให้” จากนั้นนางได้จัดอาหารให้ทุกคนได้รับประทานด้วยความปีติเบิกบานใจ

     และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นคือ จะตักข้าวอย่างไร ข้าวก็ไม่พร่องไปเลย ยังคงเต็มหม้ออยู่เหมือนเดิม ในวันนั้นยุ้งฉางซึ่งว่างเปล่าก็เต็มไปด้วยข้าวเปลือกและพืชพันธุ์ธัญญาหารเหมือนเดิม ฝนฟ้าก็ตกลงมาให้ความชุ่มฉํ่าเย็นแก่คนทั้งเมือง ชาวเมืองเมื่อทราบข่าวก็ได้หลั่งไหลมารับเอาภัตและพันธุ์พืชจากบ้านของท่านเศรษฐี ชาวชมพูทวีปทั้งหมดอาศัยบุญของท่านเศรษฐี จึงดำรงชีพอยู่อย่างมีความสุขจนตลอดชีวิต

     ฝ่ายเศรษฐี และครอบครัว เมื่อได้ทำบุญจนตลอดชีวิตแล้ว ได้ไปบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลก และมนุษยโลกเท่านั้น ในสมัยพุทธกาล ท่านได้บังเกิดในสกุลเศรษฐีในภัททิยนคร ภรรยาบังเกิดในตระกูลเศรษฐีเหมือนกัน เมื่อเจริญวัยแล้วได้แต่งงานกัน แยกครอบครัวออกจากบิดามารดาไปสร้างบ้านเรือนอยู่ต่างหาก แพะกายสิทธิ์ ดังที่หลวงพ่อได้เคยนำมากล่าวไว้เมื่อครั้งก่อน ได้ดุนหลังกันผุดขึ้นที่หลังบ้านของท่านเศรษฐี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และคนใช้ที่เคยอธิษฐานจิตจะมาเกิดร่วมกัน ก็ได้มาอยู่ร่วมกันในภพชาตินี้อีก

     ต่อมาวันหนึ่ง ท่านเศรษฐีอยากจะทดลองบุญของตน จึงให้ชำระฉาง ๑,๒๕๐ ฉาง  ส่วนตัวเองเมื่อชำระล้างกายแล้วนั่งที่ประตู แหงนดูเบื้องบนอากาศ ฉางทั้งหมดก็เต็มด้วยข้าวสาลีแดงอย่างน่าอัศจรรย์ เศรษฐีได้บอกให้ทุกคนได้ทดลองบุญของตัวเองดูบ้าง ภรรยาของเศรษฐีจึงเริ่มด้วยการใช้ให้คนตวงข้าวสาร นำไปหุงเพียงหม้อเดียว แล้วถือเดินออกไปนั่งที่ซุ้มประตู เอามือถือทัพพีทองคำแล้วประกาศว่า “ผู้มีความต้องการภัตจงมารับเอาตามความชอบใจเถิด” จากนั้นนางก็ตักข้าวให้จนเต็มภาชนะของคนที่ทยอยกันมาขอ เมื่อนางให้อยู่ทั้งวัน ข้าวไม่มีพร่องเลย และด้วยความที่นางจับหม้อด้วยมือซ้าย มือขวาจับทัพพี ถวายภัตจนเต็มบาตรของภิกษุสงฆ์ในสมัยก่อน ทำให้ปทุมลักษณะเกิดเต็มฝ่ามือข้างซ้าย จันทลักษณะเกิดเต็มฝ่ามือข้างขวา แม้แต่ฝ่าเท้าด้านซ้ายของนางก็เกิดปทุมลักษณะ ฝ่าเท้าด้านขวาก็เกิดจันทลักษณะ เพราะเที่ยวเดินถวายน้ำฉันแด่ภิกษุสงฆ์ พวกญาติจึงขนานนามว่า จันทปทุมา

     ฝ่ายลูกชายเศรษฐีชำระล้างร่างกายแล้ว ก็ถือเอาถุงกหาปณะพันหนึ่ง ประกาศว่า “ผู้มีความต้องการกหาปณะ จงพากันมารับไปเถิด” แล้วได้ยืนแจกจ่ายออกไป กหาปณะพันหนึ่งก็ยังคงอยู่ในถุงเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะพร่องไปเลย ลูกสะใภ้ของเศรษฐีก็ทดลองบุญของตน ด้วยการถือเอากระบุงข้าวเปลือก นั่งแจกข้าวเปลือกจนเต็มภาชนะของคนที่มารับไป ถึงกระนั้นกระบุงข้าวเปลือกก็ยังคงเต็มอยู่ตามเดิม

     ส่วนทางด้านคนรับใช้ของเศรษฐี ได้เทียมโคด้วยแอกทองคำ เชือกก็เป็นทองคำ ถือด้ามปฏักทองคำ สวมปลอกทองคำใส่ที่เขาโค แล้วขับไปสู่ทุ่งนา เมื่อเริ่มไถ รอย ๗ รอยคือ “ข้างซ้าย ๓ รอย ข้างขวา ๓ รอย ตรงกลาง ๑ รอย” ได้ชำแรกแผ่นดิน ทำให้สามารถไถนาเสร็จได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว การงานสำเร็จเป็นอัศจรรย์ ชาวชมพูทวีปได้ทราบข่าว แล้วต่างก็หลั่งไหลมารับเอาเงิน ทอง กหาปณะ และเมล็ดพันธุ์พืชจากครอบครัวท่านเศรษฐีอย่างไม่ขาดสาย

     นี่ก็คือผลบุญที่เกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์เมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อแต่ก็เป็นความจริง เพราะผลของบุญที่ทำถูกหลักวิชชานั้น เป็นอจินไตย เราจะไปคาดคิดคำนวณด้วยสติปัญญาหยาบๆ ของเราไม่ได้เลย ต้องอาศัยปัญญาญาณของผู้มีรู้มีญาณเท่านั้น ถึงจะเห็นบุญที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตได้  ดังนั้น ขอให้ทุกท่านตระหนักในเรื่องของบุญไว้ให้มากๆ อย่าได้เบื่อหน่ายในการทำความดี แม้ต้องเจอภาวะวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ แต่จิตใจต้องมั่นคงไม่หวั่นไหวในการเพิ่มเติมบุญบารมีให้กับตัวเอง อย่าได้ทอดทิ้งเรื่องการทำบุญทำกุศล  ถ้าเราไม่ทิ้งบุญ บุญจะไม่ทอดทิ้งเรา จะตามปกปักรักษาเราตลอดไป แล้วบุญจะช่วยหนุนนำให้เราได้สมหวังในทุกสิ่ง

* มก. เล่ม ๔๓ หน้า ๕๕

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/17699
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพุทธสาวก-พุทธสาวิกา

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article
สารบัญ หนังสือธรรมะเพื่อประชาชน

Leave a Comment

Your email address will not be published.