สมณะน้อย… ผู้ได้โอกาส

๗. สมณะน้อย… ผู้ได้โอกาส

สมณะน้อย หรือสามเณรผู้เป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะ ที่จะรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไปในอนาคต เอาไว้ให้ผู้มีบุญที่เขาจะมาเกิดในภายหลัง ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้เป็นหนทางสว่าง ส่องทางชีวิตทั้งในปัจจุบันและในสังสารวัฏ

หลวงพ่ออธิษฐานอยู่เรื่อย ๆ เกิดภพต่อไปให้ได้บวชตั้งแต่เป็นสามเณรตัวน้อย ชาตินี้มาทางอ้อม ต้องเสียเวลาไปเรียนหนังสือตามสถาบันต่าง ๆ ยาวนาน กว่าจะได้บวชก็เข้าวัยเบญจเพส

วิชาแต่ละวิชาในมหาวิทยาลัย ตรวจตราดูแล้วเป็นวิชาชีพเอาไว้เลี้ยงชีพ เหมาะสำหรับทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชชาชีวิต ที่จะทำให้ชีวิตมีชีวา ทั้งอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน หรือเมื่อตายแล้วก็ไปดี ในมหาวิทยาลัยไม่มีการสอนเรื่องปรโลก ไม่ได้สอนควบคู่กันไประหว่างเศรษฐกิจกับจิตใจ สอนแต่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ไม่ได้สอนเรื่องจิตใจว่า ทำอย่างไรถึงจะดำรงชีวิตได้อย่างผาสุก ทำอย่างไรถึงจะรู้เรื่องราวความจริงของชีวิต ปรโลกมีจริงไหม นรกสวรรค์มีจริงไหม ทำอย่างไรไปนรกไปสวรรค์ได้ ในสังสารวัฏเป็นอย่างไร หรือบรรพบุรุษหมู่ญาติตายไปแล้ว ทำอย่างไรจะสื่อสารกันได้ วิชชาเหล่านี้ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย

หลวงพ่อกว่าจะได้บวชก็อายุ ๒๕ ปีแล้ว เสียดายเวลา สู้ลูกเณรไม่ได้ มาทางลัด ไม่ต้องเสียเวลาเรียนทางโลก มาถึงก็เรียนสุดยอดวิชชา เรียนวิชชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ทิ้งหมดศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ ไม่ต้องไปเรียน เรียกว่า ดำเนินตามปฏิปทาของพระราหุล

พระราหุลออกบวชเป็นสามเณรรูปแรก บวชกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย ในที่สุดชีวิตสุดท้าย ตอนจะไปนิพพานก็ต้องบวช ทรงผมก็ต้องโกน เสื้อผ้ามีกี่ชุดก็ทิ้งหมดมาครองผ้ากาสาวพัสตร์ มีปราสาทราชวัง มีสมบัติก็ต้องทิ้งหมด

เพราะฉะนั้นลูกเณรทุกรูปถ้าใครเขาบอกว่า ลูกเณรเป็นผู้ด้อยโอกาส ไม่มีทางไป ไม่มีทางเลือก เลยมาบวช อย่าไปคิดอย่างนั้นนะ ลูกเณรเป็นผู้ได้โอกาส ไม่ใช่ด้อยโอกาส ได้โอกาสที่ดีที่จะสร้างบารมีตั้งแต่ยังเยาว์ เหมือนอย่างพระราหุล และยิ่งบวชตอนเด็ก ๆ ไม่มีเครื่องกังวลใจ ร่างกายก็แข็งแรง ปฏิบัติธรรมะได้ดี นั่งหลับตานิ่ง เดี๋ยวก็เห็นองค์พระ เดี๋ยวก็เห็นดวงธรรม

พระเณรก็คืออดีตฆราวาส แต่เดิมก็เป็นไอ้แกละ ไอ้โก๊ะ ไอ้เปีย เป็นนายนั่น นายนี่ แต่ว่ามีดวงปัญญาเห็นภัยในวัฏสงสาร ภัยในอบาย ภัยในปัจจุบัน เห็นได้ด้วยดวงปัญญาและบารมีที่ได้สั่งสมมา เมื่อเห็นแล้วก็เลยทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างออกมาบวช มีสมบัติเพียงเล็กน้อยแค่อัฐบริขาร เลี้ยงสังขารด้วยอาหารของสาธุชน ทำให้มีเวลาว่างในการที่จะทำหยุดทำนิ่ง เพื่อที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาค้นคว้าให้ได้รู้เรื่องราวความจริงของชีวิต

ชีวิตของสมณะเป็นชีวิตที่มีความสุข และทำความบริสุทธิ์ได้ง่ายกว่าชีวิตของฆราวาส เป็นฆราวาสจะทำให้กาย วาจา ใจบริสุทธิ์ยาก อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาไว้ว่า เหมือนสังข์ขัด หรือเพชรที่เจียระไนแล้วนี่ยาก ทั้ง ๆ ที่อยากจะทำให้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ แต่สิ่งแวดล้อมไม่อำนวย ยุงบินมาเกาะปั๊บ มือไปแล้ว หรือเขาพูดกระทบนิดหน่อย ๑ ก้อนอิฐมา ๒ ก้อนหินไป และการทำมาหากินจะให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ล้วน ๆ ก็ยาก มันต้องมีผิดนิดผิดหน่อยสารพัด

เป็นนักบวชแล้วปลอดกังวล ทำความบริสุทธิ์ก็ง่าย ศึกษาแต่พระธรรมวินัยและไปเรียนสุดยอดวิชชา คือ วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ทำอาสวกิเลสให้สิ้นไปได้อย่างนี้ เป็นต้น วิชชาเหล่านี้ที่เป็นวิชชาชีพของพระของเณรของนักบวช ต้องเรียนศาสตร์ชนิดนี้ ไม่ใช่ศาสตร์อย่างอื่น

เดี๋ยวนี้เป้าหมายชักจะเบี่ยงเบน ไปเรียนวิชาแปลก ๆ ที่แตกต่างจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน วิชชาที่พระองค์อยากจะให้ศึกษามีอยู่แค่ ๓ อย่าง คือ ศีลสิกขา สมาธิสิกขา ปัญญาสิกขา ศึกษาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญาเท่านั้น เมื่อเรียนรู้แล้วก็ทำประโยชน์ตนให้สมบูรณ์ คือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง แล้วนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาถ่ายทอดให้กับญาติโยมให้กับชาวโลกได้เรียนรู้ตาม เพราะญาติโยมเขาต้องทำมาหากินเลี้ยงสังขาร ไม่มีเวลาที่จะทำอย่างนักบวช ส่วนพระเณรก็ฝากท้องไว้กับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ฝากเรื่องจิตใจเอาไว้กับพระเณร ต่างก็เกื้อกูลกัน ไม่มีการขัดแย้ง
วันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
ชีวิตสมณะ..ที่สุดของชีวิตในสังสารวัฏ
www.dhamma01.com/book/7
๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖

Leave a Comment

Your email address will not be published.