ชีวิตพระปัจเจกพุทธเจ้า (2)

ชีวิตพระปัจเจกพุทธเจ้า (๒)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และเหล่าพระอริยสาวกทั้งหลายเป็นทักขิไณยบุคคลผู้เลิศ ท่านเหล่านั้นเลิศด้วยคุณธรรมอันเป็นโลกุตระ การที่เราได้ตามระลึกบูชาท่าน จะทำให้จิตใจผูกพันกับพระองค์ ใจของเราจะถูกยกระดับขึ้น จนกระทั่งถึงระดับของอารมณ์พระนิพพาน  เมื่อใจของเราถูกยกให้สูงขึ้นอยู่ในระดับนี้ ย่อมเป็นใจที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับบุญกุศล ที่จะบังเกิดขึ้นในทุกๆขั้นตอน

มีวาระแห่งภาษิตใน ปัจเจกพุทธาปทาน ความว่า
“นักปราชญ์เหล่าใดมีศีลบริสุทธิ์ มีปัญญาหมดจดดี มีจิตตั้งมั่น ประกอบความเพียร เจริญวิปัสสนา มีปกติเห็นธรรมพิเศษ รู้แจ้งธรรมอันประกอบด้วยมรรค และโพชฌงค์ เจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระสาวกในศาสนาของพระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้น ย่อมเป็นพระสยัมภูปัจเจกชินเจ้า มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมาก มีจิตเป็นอิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งปวงได้ มีใจเบิกบาน มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง อุปมาดังราชสีห์ อุปมาดังนอแรดฉะนั้น”

นี่เป็นพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ได้ตรัสถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า ซึ่งเรื่องราวของพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ที่จะเป็นกำลังใจให้ทุกท่านได้ศึกษา ถึงความเป็นมาของพระองค์ สาเหตุที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถึงพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ เพราะอาศัยเหตุจากที่ว่า

* วันหนึ่ง พระอานนท์พุทธอุปัฏฐากได้ทูลถามพระตถาคต ผู้ประทับอยู่ในพระวิหารเชตวันว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระปัจเจกพุทธเจ้ามีจริงหรือ เพราะเหตุไร ท่านเหล่านั้นจึงได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์” พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญู ตรัสตอบว่า “ที่ท่านได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่ว่าจะได้เป็นโดยบังเอิญ ในอดีต ท่านเหล่านั้นได้สร้างบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ แต่ยังไม่ได้โมกขธรรมในศาสนาของพระชินเจ้า ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ มีปัญญาแก่กล้า ถึงจะเว้นจากพระพุทธเจ้า ก็บรรลุปัจเจกโพธิญาณได้ แม้ด้วยอารมณ์แห่งความสังเวชเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในโลกนี้ เว้นเราเสียแล้ว ไม่มีใครเลยที่จะเสมอกับพระปัจเจกพุทธเจ้า”

พระพุทธองค์ได้ตรัสสรรเสริญคุณของพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า “พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านี้ ละกิเลสเครื่องกั้นทั้งปวงหมดแล้ว เป็นจอมชน เป็นประทีปส่องโลกให้สว่าง มีรัศมีเช่นรัศมีแห่งทองคำแท่งบริสุทธิ์ เป็นทักขิไณยบุคคลชั้นเลิศของชาวโลก คำสุภาษิตของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมเป็นไปในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ชนเหล่าใดผู้เป็นพาล ได้ฟังแล้วไม่กระทำตาม ชนเหล่านั้นย่อมท่องเที่ยวไปในสังสารทุกข์บ่อยๆ คำสุภาษิตของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นคำไพเราะ ดังน้ำผึ้งรวงที่ไหลออกอยู่ ชนเหล่าใดได้ฟังแล้ว ประกอบการปฏิบัติเช่นนั้น ชนเหล่านั้นย่อมเป็นผู้มีปัญญาเห็นสัจจะ คำที่เป็นคาถาเหล่านี้ พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นรจนาไว้อย่างวิเศษ เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก นี่แหละเป็นคุณของพระปัจเจกพุทธเจ้าเพียงสังเขป”

เมื่อพระอานนท์เถระได้ฟังพุทธภาษิต ที่พระบรมศาสดาตรัสถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านมีใจชื่นชมโสมนัสยิ่งนัก เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องพระปัจเจกพุทธเจ้ามาก จึงตรัสสรรเสริญด้วยสุภาษิตที่ไพเราะถึงเพียงนี้

เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว สถานที่อยู่พำนักของท่านน่าอัศจรรย์ทีเดียว  ดังเรื่องราวของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นถึงพระราชา ครั้นได้ตรัสรู้ปัจเจกโพธิญาณแล้ว ก็ปรารถนาที่จะหลีกเร้นไปอยู่ตามลำพัง

เหล่าอำมาตย์ทั้งหลายที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ พระองค์จะเสด็จไปไหน” พระองค์ทรงรำพึงว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายในปางก่อนอยู่ ณ ที่ไหน ทรงรู้แล้วจึงตรัสว่า “เราจะอยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์” อำมาตย์ทั้งหลายจึงกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้พระองค์จะละพวกข้าพระองค์ไปแล้วหรือ” พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “บัดนี้ เราไม่ปรารถนาอะไรแล้วในโลก เราจะเดินทางไปสู่ที่อยู่ของเรา ผู้ใดปรารถนาจะไปกับเราหรือจะเป็นเช่นกับเรา ผู้นั้นพึงเป็นผู้เดียว เที่ยวไปเหมือนนอแรดเถิด”

หลังจากนั้นท่านได้เหาะขึ้นสู่อากาศ ไปยังภูเขาคันธมาทน์ ซึ่งเป็นที่พำนักของท่าน ภูเขาคันธมาทน์อยู่เลยภูเขา ๗ ลูก คือ จูฬกาฬบรรพต มหากาฬบรรพต นาคปลิเวฐนบรรพต จันทคัพภบรรพต สุริยคัพภบรรพต สุวัณณปัสสบรรพต และหิมวันตบรรพตในป่าหิมพานต์ ภูเขาคันธมาทน์ มีเงื้อมเขาชื่อว่า นันทมูลกะ เป็นสถานที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และมีถํ้า ๓ ถํ้า เรียกว่า สุวรรณคูหา ถํ้าทองคำ มณีคูหา ถํ้าแก้วมณี รัชตคูหา ถํ้าเงิน สวยงามสว่างไสวมาก ไม่มีถํ้าใดที่จะสวยงามเกินกว่าถ้ำนี้อีกแล้ว

ถ้ำทั้งสามนี้ หน้าประตูถํ้าจะมีต้นไม้ชื่อว่า มัญชูสกะ เป็นต้นไม้สวรรค์ สูงประมาณ ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ ต้นไม้นั้นจะมีคุณพิเศษ คือ สามารถเผล็ดดอกในน้ำหรือบนบกก็ได้ โดยทั่วไปในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาถึง ต้นไม้นี้จะเต็มไปด้วยรัตนะทุกชนิดสวยงามมาก  อีกทั้งถํ้าทั้งสามนี้จะมีลมแบ่งหน้าที่กันทำงาน คือ ลมที่ปัดกวาดเช็ดถู ก็จะทำหน้าที่พัดปัดกวาดเช็ดถูเสนาสนะ อย่างสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกรกรุงรัง  ลมที่เกลี่ยพื้นให้ราบเรียบ ก็จะทำหน้าที่พัดเกลี่ยทรายอันวิจิตรงดงามด้วยรัตนะทั้งปวง ให้ราบเรียบดูแล้วสบายตา  ลมที่ทำหน้าที่รดน้ำก็จะพัดนำน้ำมาจากสระอโนดาต มารดต้นไม้  ลมที่ทำให้มีกลิ่นหอม ก็จะพัดนำกลิ่นของต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม มาจากป่าหิมพานต์  ลมที่โปรยก็จะพัดโปรยปรายดอกไม้ทั้งหลายให้ตกลงมา  ลมที่ทำหน้าปูลาดอาสนะก็จะพัดปูลาดอาสนะ ไว้ในถ้ำอย่างเรียบร้อย เพื่อให้พระปัจเจกพุทธเจ้านั่งประชุม  และในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย มาประชุมกันนั้นมีอยู่ ๒ วัน คือ ในวันที่มีพระปัจเจกพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น และในวันอุโบสถ

ฉะนั้น เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์ใหม่ไปถึงที่นั้นแล้ว ก็จะนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้  แล้วพระปัจเจกพุทธเจ้าที่อยู่ในเงื้อมเขานันทมูลกะทั้งหมด ก็จะมานั่งประชุมและเข้าสมาบัติบนอาสนะที่ปูลาดไว้นั้นทันที ครั้นออกจากสมาบัติแล้วก็จะอนุโมทนากันและกัน หลังจากนั้นพระสังฆเถระจะสอบถามกรรมฐานกับพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้บรรลุไหม่ว่า ได้บรรลุเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าอย่างไร

พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์ใหม่จะเล่าประวัติของตนเอง เป็นการรายงานต่อหมู่คณะ การรายงานตัวครั้งแรกของแต่ละพระองค์จะเป็นอย่างนี้ หลังจากนั้นแต่ละพระองค์จะแยกย้ายกันไปเข้านิโรธสมาบัติ หลีกเร้นกันตามอัธยาศัย หลังจากที่เข้านิโรธสมาบัติครบ ๗ วันแล้ว พระองค์จะเสด็จออกไปบิณฑบาต ตามสถานที่ต่างๆ เพื่ออนุเคราะห์สัตวโลกทั้งหลาย ใครที่มีบุญดีก็จะได้สร้างบุญกับพระองค์ จะประสบความสุขในชีวิตด้วยอานุภาพแห่งทักขิไณยบุคคล พระคาถาที่เราคุ้นเคยอย่างดี เมื่อจะใช้อนุโมทนากับผู้ที่ได้สร้างบุญกับท่าน คือ บทที่ขึ้นต้นขณะพระจะให้พร คือ บท ยถา วาริวหา เป็นต้น นี้เป็นคาถาของพระปัจเจกพุทธเจ้า  เมื่อผู้มีบุญทั้งหลายรับโอวาทของพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วดำรงอยู่ในเบญจศีล และกัลยาณธรรม ย่อมจะมีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป

นี่เป็นเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า กว่าที่ท่านจะได้มาเป็นบุคคลที่อุดมด้วยคุณวิเศษ เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐนี้ ท่านสร้างบุญบารมีมามากมาย  เมื่อเรารู้ปฏิปทาของท่าน ควรที่จะจดจำ และนำไปปฏิบัติดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท วันหนึ่งเมื่อบุญในตัวเราเต็มเปี่ยม เราย่อมจะได้เข้าถึงอริยมรรคภายในอย่างแน่นอน

*     มก. ปัจเจกพุทธาปทาน เล่ม ๗๐ หน้า ๒๓๗

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา https://buddha.dmc.tv/dhamma/8367
ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระพุทธคุณ

กลับสู่
สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article

Leave a Comment

Your email address will not be published.