หนังสือ คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ ๑

อ่านหนังสือ คำตอบคุณครูไม่ใหญ่เล่ม ๑ ที่นี่

ทำไมจึงตั้งชื่อว่า..วัดพระธรรมกาย?

คำว่า “พระธรรมกาย” เป็นกายตรัสรู้ธรรมภายใน หมายถึง พระพุทธเจ้าภายในตัวของเรา ที่ใช้คำนี้นำมาประดิษฐานเป็นชื่อของวัด เป็นชื่อของมูลนิธิ เพราะคำว่า “ธรรมกาย” แม้มีอยู่ในตัว คนรู้ได้ยาก แล้วก็เกิดขึ้นได้ยากในโลก ก็อยากจะคงคำนี้เอาไว้ ป้าย “วัดพระธรรมกาย” หลวงพ่อจึงให้ตอกเสาเข็มลึกลงไป ๒๑ เมตร ความจริงแล้วป้ายไม่ได้หนักอะไร แต่วัตถุประสงค์เพื่อให้คำนี้อยู่นาน ๆ เผื่อโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญพังไปแล้ว แต่ป้ายยังอยู่ ใครผ่านไปผ่านมา เห็นป้าย “วัดพระธรรมกาย” จะได้เฉลียวใจว่า คำนี้มีความสำคัญอย่างไร จะได้เกิดการศึกษาเรียนรู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/03/blog-post_10.html

คุณยายกลัวบุญน้อย

คุณยายท่านเป็นผู้ที่รักการสร้างบารมีมาก เพราะท่านทราบดีว่า ความสุขและความสำเร็จในชีวิต ขึ้นอยู่กับกำลังบุญบารมีอย่างเดียวเท่านั้น ถ้ามีบุญบารมีมากแล้วจะทำอะไร ๆ ก็สำเร็จหมด เพราะฉะนั้นในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะขยันสร้างบุญอยู่ตลอดเวลา ความขยันของท่านเป็นสิ่งที่หลวงพ่อและพวกเราที่ได้ทันเห็นท่าน ได้เห็นกันจนชินตา แม้ในยามบั้นปลายชีวิตของท่าน แม้ท่านมีอายุมากแล้ว หลวงพ่อก็ยังเห็นท่านขยันเหมือนเดิม และไม่เคยเหนื่อยหน่ายในการสร้างบารมีเลย ทั้งที่ท่านก็ขยันสร้างบารมีไม่หยุดหย่อน แต่ท่านก็มักจะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า ชาตินี้ยายกลัวจะได้บุญน้อย ยายจึงต้องสร้างบุญติดตัวไปให้มาก ๆ เพราะถ้ามีบุญน้อยบาปก็จะได้ช่อง แต่ถ้ามีบุญมาก มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจมาก ๆ เราก็จะเป็นผู้ชนะ เรื่องบุญนี้ใครจะยอมแพ้ก็ยอมไปเถอะ แต่ยายไม่ยอมแพ้ เพราะกว่าจะได้เกิดมาเป็นคนนั้นยาก เกิดมาแล้วก็ต้องสร้างบุญให้สุดชีวิต เอาบุญทั้งบุญหยาบ บุญละเอียด เพราะบุญเป็นที่พึ่งได้ บุญช่วยเราได้ อย่าทิ้งบุญ เราต้องยึดเอาบุญของเราเป็นที่พึ่ง อย่างนี้เรียกว่า หาบุญได้ใช้บุญเป็น นี่คือคำสอนของคุณยายอาจารย์ของเรา คุณยายรักและห่วงใยลูกหลานทุกคน แล้วก็รักในการสร้างบุญมาก ๆ ชนิดที่ว่ายากจะหาใครในโลกมาเทียบได้ ท่านเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับพวกเราและชาวโลกได้เจริญรอยตาม ถ้าเราก้าวเดินตามท่านชีวิต ของเราก็จะไม่มีวันผิดพลาด ซึ่งชีวิตของผู้ที่ผิดพลาดเพราะขาดกัลยาณมิตร ถือว่าเป็นชีวิตที่อาภัพอับโชค แต่ลูกทุกคนเป็นผู้มีบุญลาภอันประเสริฐ ที่เกิดมาแล้วได้มาพบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังได้มหาปูชนียาจารย์ของเราเป็นต้นแบบในการสร้างบารมี ในการดำเนินชีวิต …

คุณยายกลัวบุญน้อย Read More »

ตักตวงบุญจากความสะอาด

คุณยายอาจารย์ฯ ท่านถือความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ท่านรักความสะอาดมากจนกระทั่งเวลาอยู่ใกล้ ๆ ท่าน เราจะรักความสะอาดไปด้วยอย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย คุณยายได้วางระเบียบแบบแผนสำหรับวัดพระธรรมกายไว้ว่า จะทำให้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก ท่านสอนว่า บุญสถานนี้เป็นที่ตักตวงบุญ ให้ใช้ดวงปัญญาเอาว่า จะตักตวงบุญแค่ไหน เห็นใบไม้ตกอยู่บนถนนก็ให้เก็บไปใส่ถุงขยะเพชรพลอย เห็นหยากเยื่อหยากไย่ที่ติดตามมุ้งลวดหรือเพดานต้องปัดกวาดออก เพราะมันกันทรัพย์สมบัติที่จะไหลมาหาเรา แล้วก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยกันต้อนรับผู้มาเยือน ท่านอบรมลูกหลานอย่างนี้เรื่อยมา บางสถานที่ที่น่ารังเกียจ อย่างในห้องน้ำ ท่านก็ลงมือทำเอง ล้วงคอห่านเอง ทำความสะอาดราวกับว่าเป็นสถานที่พิเศษ แล้วสอนว่า “ห้องน้ำ คือ ห้องรับแขก อย่าไปรังเกียจ ต้องทำให้สะอาด มันเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีคุณธรรม และจะช่วยละมานะทิฐิที่อยู่ในตัวเรา ใครได้เข้าห้องน้ำที่สะอาดแล้ว เขาจะชื่นชม และมีความรู้สึกว่า เราให้เกียรติเขา เหมือนแขกผู้ยิ่งใหญ่ที่มาเยือนบ้าน แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะตามมา” โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/08/blog-post_4.html

ความสะอาด เป็นการเคารพในปฏิสันถาร

ช่วยกันดูแลวัดวาอารามของเราให้สะอาด ให้ร่มรื่น ซึ่งตอนที่คุณยายอาจารย์ฯ ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านถือว่า สิ่งนี้เป็นชีวิตจิตใจทีเดียว ท่านบอกว่า วัดวาอารามที่สะอาด ร่มรื่น แสดงถึงจิตใจของผู้ที่มีคุณธรรม และเป็นการให้เกียรติผู้ที่มาเยี่ยมวัด ท่านถือว่า ตรงนั้นเป็นห้องรับแขก ถ้าเราทำวัดให้สกปรก ห้องน้ำไม่สะอาด เหมือนกับเราไม่ยินดีต้อนรับแขก เพราะฉะนั้น เราจะต้องเคารพในปฏิสันถาร ในการต้อนรับแขกด้วยการช่วยกันทำความสะอาดวัด และอย่าให้มีสิ่งสกปรกรกรุงรัง นี่เป็นปฏิปทาของคุณยายตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ขอให้ลูกหลานได้สืบทอดกันต่อไป โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/04/blog-post_48.html

นั่งสมาธิแล้วฟุ้ง

นั่งสมาธิแล้วฟุ้ง ธทญ. : เวลานั่งสมาธิลูกจะเป็นคนคิดมาก จะนิ่งสงบภายในเวลาแค่ ๑ – ๒ นาที นอกนั้นก็ฟุ้งค่ะ หลวงพ่อ : ต้องนั่งสม่ำเสมอทุกวัน ต้องมีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางเยอะ ๆ มีพระธรรมทายาท ท่านถามหลวงพ่อว่า ตอนหลวงพ่อนั่งใหม่ ๆ เป็นอย่างไรบ้าง หลวงพ่อก็บอกว่า นั่งใหม่ ๆ ก็เมื่อย นั่งมืด นั่งฟุ้ง นั่งหลับ นั่งท้อ นั่งน้อยใจในโชควาสนาบารมี นั่งไปด้วยก็บ่นไปด้วย ก็เป็นอย่างที่ลูก ๆ เป็นนั่นแหละ ไม่ใช่ของอัศจรรย์หรือของแปลก หรือเราเป็นคนเดียว แต่ตอนนั้นหลวงพ่อเข้าใจว่า หลวงพ่อเป็นคนเดียวในโลก ก็บ่นรำพึงกับคุณยาย คุณยายก็ให้กำลังใจให้คำแนะนำ ก็ทำความเพียรไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะตอนนั้นอยากได้มาก ๆ มาได้ผลตอนที่ปลงตกแล้ว ตอนนั้นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ หลวงพ่อยังแข็งแรง มาเรียนธรรมะกับคุณยาย แรงยังดี ก็เลยใช้แรงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ปัญญา …

นั่งสมาธิแล้วฟุ้ง Read More »

นั่งธรรมะต้องใจเย็น ๆ

นั่งธรรมะต้องใจเย็น ๆ ภิกษุ : หลวงพ่อครับ ที่หลวงพ่อเล่าว่าเคยนั่งธรรมะกับคุณยาย แล้วท่านบอกว่า ให้ใจเย็น ๆ ตอนนั้นหลวงพ่อฝึกอย่างไรครับ หลวงพ่อ : ก็ฝึกอย่างพวกเราฝึกนี่แหละ ฝึกธรรมดา ท่านสอนว่า การเห็นข้างในกับข้างนอกมันต่างกัน ข้างนอกเราเห็นได้ทันที แต่การเห็นข้างในมันต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ เห็น จากไม่มีจนกระทั่งเห็นว่ามี จากเลือนรางก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น จากชัดน้อยก็ไปชัดมาก จากชัดมากก็ยิ่งชัดมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ให้ทำความเข้าใจ และรู้จักกับวิธีการเห็นข้างในว่า มันเป็นแบบนี้ ก็ต้องทำแบบนี้ เมื่อเราเข้าใจมัน รู้จักมันอย่าง ดีแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไปฮึดฮัดหรือหงุดหงิดในกรณีที่ไม่ได้ดังใจมันไม่ได้ แล้วจะใช้วิธีบังคับให้ชัด มันก็ไม่ได้ผล เพราะคนละวิธีกัน เหมือนเอามีดผ่าฟืนไปปอกผลไม้มันไม่ได้ หรือเอามีดปอกผลไม้ไปผ่าฟืนก็ไม่ได้ ของใครก็ของมัน พอท่านสอนให้ทำความเข้าใจตรงนี้ ก็มาทดลองทำ ใหม่ ๆ ก็ยังไม่ค่อยได้ผล เพราะเราคุ้นกับการเห็นอะไรได้ดังใจ หรือเห็น อะไรไม่ชัด เราก็ต้องไปเพ่ง ทำตาหยี ๆ เพื่อจะให้มันชัดขึ้น ใหม่ …

นั่งธรรมะต้องใจเย็น ๆ Read More »

หลวงปู่มีวิธีฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไร

หลวงปู่มีวิธีฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไร ภิกษุ : เมื่อสมัยหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านมีการฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไรบ้างครับ หลวงพ่อ : ท่านฝึกทุกเช้าเลย วันละ ๑๐ นาที ฝึกทั้งวัด แล้วท่านก็สอนให้คิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ ท่านก็หยิบเอา พระวินัยบ้าง เสขิยวัตรบ้างมาเทศน์สอน ส่วนพวกทำวิชชา ท่านก็จะสั่งให้ใจอยู่ภายในตลอด ไม่ว่าจะไปฉัน หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ใจต้องอยู่ตรงนั้น หลุดไม่ได้ ท่าน ใช้งานบ่อย หลุดท่านก็ดุเอา สมมติว่า ท่านบุญเยี่ยมนั่งธรรมะดี หลวงปู่วัดปากน้ำมีแขกมาหาท่าน ท่านก็จะเอาท่านบุญเยี่ยมมานั่งใกล้ ๆ พอแขกเข้ามากราบ “หลวงพ่อเจ้าขา คนนั้นเจ็บ คนโน้นป่วย” ท่านก็ต้องแก้ไป “หลวงพ่อเจ้าขาฝนตกที่โน่น” ท่านก็ต้องเป็นเจ้ากรมอุตุฯ “หลวงพ่อเจ้าขา พ่อตายแม่ตายไปอยู่ที่ไหน” ท่านก็หันมา “อ้าวท่านบุญเยี่ยม อยู่ตรงไหน” ท่านบุญเยี่ยมก็ต้องค้นไป ท่านใช้ช่วยเวลารับแขก ซึ่งมันสารพัดเรื่อง ช่วยทุกข์มนุษย์ทั้งนั้น ท่านใช้อย่างนี้อยู่ตลอด เพราะฉะนั้นไม่คล่อง มันก็ต้องคล่อง มีดเล่มไหนใช้บ่อย ๆ มันก็คม พอเข้าไปในโรงงานทำวิชชา …

หลวงปู่มีวิธีฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไร Read More »

จะศึกษาวิชชาธรรมกายต้องมาเฉพาะที่วัดพระธรรมกายหรือ

จะศึกษาวิชชาธรรมกายต้องมาเฉพาะที่วัดพระธรรมกายหรือ ภิกษุ : ทำไมจะศึกษาวิชชาธรรมกาย ต้องมาที่วัดพระธรรมกาย ไม่ไปที่วัดปากน้ำต้นแหล่ง หรือว่าไปที่ลูกศิษย์ หลวงพ่อวัดปากน้ำรูปอื่น ๆ ครับ หลวงพ่อ : ไปที่ไหนก็ได้ที่มีความมั่นใจว่าจะได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย เรามั่นใจตรงไหน เรามีความศรัทธาตรงไหน เราก็ไป ตรงนั้น เหมือนหลวงพ่อมีความมั่นใจที่คุณยาย หลวงพ่อก็ไปที่ยาย ก่อนหน้านี้ก็ไปวัดอื่นมาทั่ว แล้วมาสรุปที่วัดปากน้ำ ในวัดปากน้ำก็ไปทั่วหมด แล้วก็มาสรุปที่คุณยาย ทั้ง ๆ ที่บุคลิกของท่าน ถ้าไปเทียบกับครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ท่านสู้เขาไม่ได้ รูปร่างท่านจะผอมบาง แต่หลวงพ่อดูหลาย ๆ อย่าง ไม่มีใครเหมือนท่าน ดูตั้งแต่เรื่องหยาบของท่านไปก่อน เพราะคนจะทำงานละเอียดได้ จะต้องทำงานหยาบให้ละเอียดก่อน ท่านจะประณีต มีความสะอาด มีระเบียบ แสดงว่าจิตใจของท่านมีระเบียบมีวินัย ควบคุมตัวเองได้ ท่านจะพูดแต่พอดี พูดเป็นอรรถเป็นธรรม เรื่องอื่นไม่คุยเลย และไม่ว่าร้ายใคร ชมก็ไม่ค่อยชม หลวงพ่อไม่เคยได้ยินยาย ชมเลย ไม่เคยได้รับคำชมจากยาย ติท่านก็ไม่ตินะ ก็ไม่เคยโดนติ มีแต่ได้รับคำสอน แล้วหลวงพ่อดูสิ่งที่ท่านกระทำ ก็เห็นท่านเป็นคนเอาจริง …

จะศึกษาวิชชาธรรมกายต้องมาเฉพาะที่วัดพระธรรมกายหรือ Read More »

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย ธทญ. : พระอาจารย์เล่าว่า สมัยที่หลวงพ่อไปเรียนธรรมะกับคุณยาย ขณะอยู่บนรถเมล์ หลวงพ่อจะทำสมาธิไปด้วย อยากขอคำแนะนำหลวงพ่อ เนื่องจากชีวิตประจำวันที่ต้องไปเรียนในมหาวิทยาลัย ต้องนั่งรถเมล์ในกรุงเทพฯ เป็นเวลานาน ๒ – ๓ ชั่วโมงค่ะ หลวงพ่อ : หลวงพ่อรักธรรมะมาก ในใจหลวงพ่อตอนนั้น มีแต่คุณยายกับธรรมะเท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่นเลย นั่งรถเมล์จากบางเขนไปวัดปากน้ำต้องนั่งรถถึง ๓ ต่อ บางครั้งไปลงปากคลองตลาดก็ต้องนั่งเรือ แล้วแต่จะไปทางไหน หลวงพ่อก็ไม่รู้จะไปดูอะไร สองข้างทาง ไม่มีอะไรน่าดู มีแต่คน สัตว์ สิ่งของ ก็ดูองค์พระในตัวดีกว่า ก็เลยหลับตาดูองค์พระไปเรื่อย ๆ มีความรู้สึกแป๊บเดียวเท่านั้น ลืมตาอีกทีถึงตลาดหมอชิต ลืมตาอีกทีถึงสนามหลวง หลับตาลืมตาอีกที ถึงตลาดพลูแล้ว คือหลับตามองดูองค์พระภายในแล้วมีความสุข ใจสบาย ก็เลยไม่รู้จะไปดูอย่างอื่นทำไม หลวงพ่อก็ทำอย่างนี้ ธทญ. : เนื่องจากทุกวันนี้รถเมล์ขับซิ่งมาก กลัวว่าเวลายืนหรือนั่งทำสมาธิแล้ว เกิดรถเบรกกะทันหันกลัวจะไถลไปข้างหน้าเจ้าค่ะ หลวงพ่อ : หลวงพ่อว่า รถสมัยนั้นกับสมัยนี้มันก็เหมือน ๆ กันนะ …

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย Read More »

ข้อวัตรปฏิบัติของคุณยาย

ข้อวัตรปฏิบัติของคุณยาย คุณยายท่านสอนว่า ถ้าหยาบไม่ละเอียด แล้วละเอียดจะละเอียดได้อย่างไร ฝึกให้ดีนะ ของใครของคนนั้น ในห้องนอน ในที่พักของเรา ไม่ให้มีฝุ่นเลย และให้มีความปลื้มปีติในการฝึก ไม่ว่าเราจะหยิบผ้าเช็ดพื้น จะปัดกวาดเช็ดถู จะทำความสะอาดอะไรก็ตาม ให้ทำด้วยใจที่ปีติ เบิกบาน ลูกหญิงทุกคนคือสมบัติพระศาสนาและของโลก อะไรที่จะช่วยรักษาสมบัติพระศาสนา คือ ตัวเรา ให้ดีที่สุดจงทำเถิด การรับบุญทำความสะอาดต่าง ๆ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมในตัวหมุนเวียนดี วิ่งขึ้นวิ่งลงตลอด เลือดลมนักสร้างบารมีจะเคลื่อนไหว จะพลอยทำให้ร่างกายเราสดชื่น เวลานั่งธรรมะ จิตใจเบิกบาน สว่างไสว ล้างจานไป เราก็ล้างใจไปด้วย ฝึกใจไปด้วย ให้ใจใส ๆละเอียด ๆ สิ่งที่จะเข้าไปในร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นอากาศ อาหาร น้ำดื่ม จะต้องสะอาด บริสุทธิ์ อากาศต้องผ่านมุ้งลวดเข้ามา เพราะฉะนั้นมุ้งลวดก็ต้องไม่ให้มีฝุ่นเลย เราก็ต้องเช็ดให้สะอาดทุกซอกทุกมุม อากาศบริสุทธิ์จะได้ไหลผ่านเข้าไปในร่างกาย จะได้ไปฟอกเลือดของเราให้ใสบริสุทธิ์ ร่างกายจะได้แข็งแรง จิตใจเบิกบาน ให้สะอาดทั้งอารมณ์ อารมณ์ดี อารมณ์สบาย สะอาดทั้งอาวาส ที่อยู่อาศัย สะอาดทั้งอากาศ …

ข้อวัตรปฏิบัติของคุณยาย Read More »

ทำไมคุณยายถึงรักธรรมะมาก

ทำไมคุณยายถึงรักธรรมะมาก ธทญ. : ลูกอยากเป็นอย่างคุณยาย คุณยายท่านรักธรรมะยิ่งชีวิต แต่เนื่องจากลูกไม่ได้อยู่ใกล้ชิดคุณยาย อยากขอความเมตตาหลวงพ่อกรุณาเล่าถึง การรักธรรมะของคุณยายว่าท่านทำอย่างไรเจ้าคะ หลวงพ่อ : คุณยายท่านสอนหลวงพ่อเสมอว่า เวลาตาย ใครช่วย เราไม่ได้ เราต้องช่วยตัวเอง เพราะฉะนั้นเวลามีชีวิตอยู่ ท่านจะพยายามสร้างความดีให้มากที่สุดในทุก ๆ ด้าน ทั้งทาน ศีล ภาวนา ท่านก็ทำอยู่ตลอดเวลา ประการที่ ๒ ที่เป็นหลัก คือ ท่านเกิดมามุ่งไปถึงที่สุดแห่งธรรม ใจท่านมุ่งไปถึงตรงนั้นเป็นชีวิตจิตใจเลย ถ้ายังไม่ถึง ท่านก็ไม่เลิก ท่านมีเป้าหมายชีวิตอย่างนี้ พอมีเป้าหมายชีวิตแล้ว ในชีวิตประจำวันของท่าน ไม่ต้องมีใครมาบังคับ ไม่ต้องมีใครให้กำลังใจ ท่านให้กำลังใจตัวท่านเองทุกวันอย่างสม่ำเสมอ อีกอย่างการนั่งสมาธิ พอไปถึงจุดที่มีความสุข สนุกสนานแล้ว ก็อยากจะทำไปเอง ไม่ต้องฝืน ตอนนี้ลูกหญิงกำลังอยู่ระหว่างฝึกหัด บางครั้งเราไปถึงจุดที่ใจเราสบาย มีความสุข บางครั้งเราก็ไม่ได้ตรงนี้ เรายังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นจึงมีความรู้สึกเหมือนเราฝืนทำ หรือพยายามทำให้สมาธิมันเกิดขึ้น แต่คุณยายท่านข้ามขั้นนี้ไปแล้ว ท่านทำเป็นแล้ว …

ทำไมคุณยายถึงรักธรรมะมาก Read More »

ทำไมคุณยายไม่เกิดเป็นผู้ชาย

ทำไมคุณยายไม่เกิดเป็นผู้ชาย ธทญ. : ลูกสงสัยว่า ทำไมคุณยายไม่เกิดเป็นผู้ชายคะ หลวงพ่อ : ท่านเล่าให้ฟังเองว่า ท่านมีเศษกรรมเจ้าชู้จากภพในอดีต คือ ชาติผ่าน ๆ มา ท่านเป็นผู้ชาย รูปงาม สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ มีแฟนเยอะ แฟนบางคนเขามีเจ้าของแล้ว แล้วก็ไปพลาดพลั้งกับเขา ท่านเลยต้องใช้กรรม ใช้ส่วนกรรมไปแล้ว เหลือเศษกรรมอีกนิดหน่อย ก็หมดสิ้นกันชาตินี้ เพราะชาตินี้ท่านเป็นพรหมจรรย์ ทำวิชชาและสร้างบารมีอย่างเดียว บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นกระแสกรรมนี้หมดไป ชาติต่อไปเป็นผู้ชายและเป็นผู้ชายตลอดเรื่อยไปเลย ท่านจะพูดด้วยความอาจหาญ ยืนยันอย่างนี้กับหลวงพ่อตลอดเลย ธทญ. : คุณยายท่านมีบารมีมาก ไม่น่าเชื่อว่าท่านเลือกเกิดเองไม่ได้หรือเจ้าคะ หลวงพ่อ : มีบารมีมากในระดับหนึ่ง แต่เรายังไม่ชนะพญามาร เขาจึงยังบังคับได้ด้วยกระแสบาปที่ทำเอาไว้ พญามารอย่าทำเป็นเล่นไป เก่งนะ เก่งมาก ๆ ด้วย ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม …

ทำไมคุณยายไม่เกิดเป็นผู้ชาย Read More »

คุณยายมักน้อย สันโดษ

คุณยายมักน้อย สันโดษ ธทญ. : ลูกอยากเป็นคนมักน้อยสันโดษแบบคุณยายต้องทำอย่างไรคะ หลวงพ่อ : ใจต้องไม่ติดข้องในสิ่งใดเลย ไม่ติดคนสัตว์สิ่งของ ไม่ติดกะโหลกกะลา ใจเกลี้ยง ๆ นิ่ง ๆ มันถึงจะดิ่งเข้ากลางไปสุดสายกลาง ความสันโดษ มักน้อย แสดงถึงภูมิปัญญาของคน คือรู้ว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นจริง ๆ สำหรับชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าสรุปแล้ว มีอยู่แค่ ๔ อย่าง คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แค่นี้เพียงพอแล้วที่จะเดินทางไปสู่ที่สุดแห่งธรรม แต่ถ้าหากว่า ภูมิปัญญาหย่อนลงมา ก็จะคิดฟุ้งซ่านต่อไป ต้องมีปัจจัยที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗, ๘, ๙, ๑๐ เรื่อยไปเลย ยิ่งคิดอย่างนั้น ใจยิ่งหยาบ แล้วยิ่งออกจากกลางไปติดกะโหลกกะลา ติดอะไรสารพัด มันก็หมดเวลาไป เพราะฉะนั้น ความสันโดษ มักน้อย คือสัญลักษณ์ของผู้มีภูมิปัญญา คือรู้ว่าความจำเป็นของชีวิตมีแค่นี้ และรู้ว่าชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร …

คุณยายมักน้อย สันโดษ Read More »

เอาเงินที่ไหนมาสร้างวัด

เอาเงินที่ไหนมาสร้างวัด ธทญ. : หลวงพ่อเอาเงินที่ไหนมาสร้างวัดคะ หลวงพ่อ : ทรัพย์มี แต่อยู่ในกระเป๋าคนอื่น ก็หาจากในกลาง หาในธรรมะนั่นแหละ ที่หลวงพ่อกับคุณยายทำตอนนั้น เพราะ หลวงพ่อไม่รู้จะไปหาจากที่ไหน สมัยหนึ่งเขาเอาทุเรียนมาถวายหลวงปู่วัดปากน้ำ พวกทำวิชชาอยู่ในโรงงานก็อยากทานทุเรียนบ้าง คุณยายท่านก็ “หลวงพ่อเจ้าขา ลูกจะขออนุญาตไปฝั่งพระนคร” ปกติคุณยายไม่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนเลย อยู่แต่ในโรงงานทำวิชชาอย่างเดียว หลวงปู่วัดปากน้ำท่านถาม “จะไปทำไมล่ะ” “ลูกจะไปซื้อทุเรียน” หลวงปู่วัดปากน้ำบอก “ทุเรียนอยู่ในท้องมึง” คุณยายท่านก็เลยมานั่งเข้าที่ ก็เอาใจหยุดไป วันรุ่งขึ้น เขาเอาทุเรียนมาถวายพระวัดปากน้ำ แล้วก็มาถวายพวกอยู่ในโรงงานทำวิชชาด้วย สมัยก่อนวัดปากน้ำ หลวงปู่วัดปากน้ำท่านเลี้ยงพระมากที่สุดในประเทศไทย ๕๐๐ กว่ารูป หลวงปู่วัดปากน้ำท่านก็บอกกับพวกทำวิชชา ในช่วงที่คุณยายรับช่วงเป็นหัวหน้าเวร “ลูกจันทร์ มึงไปตามเจ้าภาพมาเลี้ยงพระนะ ดูหม้อข้าวให้ดี” คุณยายก็ไปตามในที่ จะไปตามที่ไหน ก็อยู่แต่ในโรงงาน ท่านก็นั่งสมาธิ ไปตามเรื่อย ๆ คนก็มาเลี้ยงพระที่วัดปากน้ำ ก็จะมีคนจองเป็นเจ้าภาพตลอด บางเดือนมีจองล่วงหน้า พอเดือนไหนจะขาด หัวหน้าทำครัวก็จะมาบอกพวกในโรงงาน บอกเดือนนี้ขาดไปสิบราย ยังไม่ครบเดือนเลย วัดปากน้ำไม่ได้มีเงินเก็บ ได้มาใช้ไป หาวันต่อวันแค่นั้นเอง …

เอาเงินที่ไหนมาสร้างวัด Read More »

จะอธิบายให้คนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ให้เข้าใจอย่างมีเหตุมีผลได้อย่างไร

คำถาม: กราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพครับว่า คนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์มีจริง เราจะมีวิธีการอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างง่ายๆ ได้อย่างไรครับ คำตอบ: เรื่องนรกเรื่องสวรรค์เป็นเรื่องที่มีจริง…ก็จริงอยู่ แต่การที่จะอธิบายให้ใครฟัง ให้เขาเชื่อนั้น มันก็ไม่ง่ายนัก เพราะว่า คนที่จะเข้าใจ จะรับฟังได้ง่าย จะต้องเป็นคนที่มีพื้นใจผ่องใสมาพอสมควร คนที่จะมีใจผ่องใสพอสมควรนั้น ได้แก่ 1.เด็ก ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก…ตั้งแต่ชั้นอนุบาลเรื่อยขึ้นมา จนกระทั่งชั้น ป.6 เด็กเหล่านี้ยังไม่ได้แปะเปื้อนอะไร ยกเว้นไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ดี ไปเจอยาเสพติดเสียก่อน อันนั้นก็ย่ำแย่หน่อย ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว เด็กๆใจจะใสตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นถ้าจะสอนจะสั่งในเรื่องของนรกสวรรค์ เด็กจะรับได้ง่าย 2.ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยไปแตะต้องอบายมุข คือ ไม่เคยไปจมอยู่ในวงเหล้า ไม่เคยไปท่องกลางค่ำกลางคืน เที่ยวในแหล่งที่ไม่เหมาะสม ไม่เคยไปจมอยู่ในวงไพ่ อะไรทำนองนี้ ผู้ที่ไม่ได้จมอยู่ในวงอบายมุข ถ้าพูดเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ ค่อนข้างจะรับได้ง่าย เพราะใจมันยังไม่เปื้อน อย่างไรก็ตาม ในโลกปัจจุบันนี้ เนื่องจากอบายมุขมันก็แพร่กันเสียเหลือเกินแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่ไม่ว่าใครใจมืด ใจบอด ใจเปื้อนขนาดไหน เราก็มีหน้าที่จะต้องทำความเข้าใจถูกให้เขาให้ได้ ในเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ เพราะว่าถึงอย่างไรเขาก็อยู่ร่วมโลกกับเรา บางทีก็เป็นญาติของเรา เป็นเพื่อนของเรา เรารู้เห็นอะไรดีๆ ก็อยากจะให้เขาได้รู้ได้เห็นความดีนั้นๆ ตามเราด้วย จะไปทิ้งเสีย ได้อย่างไร ด้วยหัวใจของกัลยาณมิตรที่เปี่ยมล้นอย่างนี้ ก็มีข้อคิดฝากพวกเรา คือ ในการที่จะไปอธิบายแก่ใครให้เข้าใจว่า นรกมี สวรรค์มี …

จะอธิบายให้คนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ให้เข้าใจอย่างมีเหตุมีผลได้อย่างไร Read More »