นั่งสมาธิแล้วฟุ้ง

นั่งสมาธิแล้วฟุ้ง
ธทญ. : เวลานั่งสมาธิลูกจะเป็นคนคิดมาก จะนิ่งสงบภายในเวลาแค่ ๑ – ๒ นาที นอกนั้นก็ฟุ้งค่ะ
หลวงพ่อ : ต้องนั่งสม่ำเสมอทุกวัน ต้องมีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางเยอะ ๆ
มีพระธรรมทายาท ท่านถามหลวงพ่อว่า ตอนหลวงพ่อนั่งใหม่ ๆ เป็นอย่างไรบ้าง หลวงพ่อก็บอกว่า นั่งใหม่ ๆ ก็เมื่อย นั่งมืด
นั่งฟุ้ง นั่งหลับ นั่งท้อ นั่งน้อยใจในโชควาสนาบารมี นั่งไปด้วยก็บ่นไปด้วย ก็เป็นอย่างที่ลูก ๆ เป็นนั่นแหละ ไม่ใช่ของอัศจรรย์หรือของแปลก หรือเราเป็นคนเดียว แต่ตอนนั้นหลวงพ่อเข้าใจว่า หลวงพ่อเป็นคนเดียวในโลก ก็บ่นรำพึงกับคุณยาย คุณยายก็ให้กำลังใจให้คำแนะนำ ก็ทำความเพียรไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะตอนนั้นอยากได้มาก ๆ มาได้ผลตอนที่ปลงตกแล้ว
ตอนนั้นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ หลวงพ่อยังแข็งแรง มาเรียนธรรมะกับคุณยาย แรงยังดี ก็เลยใช้แรงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ปัญญา ปัญญา
ก็มีเท่าตอนนี้ แต่ตอนนั้นเอามาใช้น้อยกว่าตอนนี้ ก็นั่งปฏิบัติไป
ท่านบอกว่า “ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ” ไม่เข้าใจท่านนะ ไม่รู้เรื่อง เราก็นึกว่าเราใจเย็นแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว ยังเย็นไม่พอ
ตอนนั้นที่อยากได้มาก เพราะไปนั่งดูคุณยายท่านรับแขก แขกก็มาทุกวันเลย แขกก็ถามคุณยาย คำถามก็จะวนเวียนเกี่ยวกับ
เรื่องนรกสวรรค์อยู่ตลอดเวลา พ่อตาย แม่ตาย ปู่ย่าตายายตายแล้วไปอยู่ไหน ให้คุมบุญไปให้
คุณยายท่านฟัง ท่านก็นั่งเฉย ๆ นั่งหลับตานิ่ง ๆ สัก ๕ นาที ประมาณนั้น เดี๋ยวท่านก็ตอบมาแล้ว ตายไปแล้วเป็นนู่น เป็นนี่ ไปอยู่ในนรกก็มี สวรรค์ก็มี
ถ้าไปนรก มักจะค้าน“ไม่จริงตอนมีชีวิตอยู่สร้างบุญอย่างนั้นอย่างนี้” คุณยายท่านบอก
“ก็เพิ่งมาสร้างน่ะสิ สร้างสิ่งที่ไม่ดีในสมัยโน้น ทำกรรมอย่างนั้นอย่างนี้” แขกที่มาเขาก็ทบทวนย้อนหลัง “เอ้อ เป็นอย่างนั้นจริง”
ท่านก็หลับตาพูดไปธรรมดาอย่างนี้
แต่ถ้าหากบอกว่า “ไปสวรรค์” รู้สึกเขาร่าเริง ปลื้มปีติกันนะ
ได้ฟังอย่างนี้ทุกครั้งที่หลวงพ่อไปกราบยาย
ตอนแรกตื่นเต้น อยากฟัง ตอนหลังก็อยากจะได้อย่างนั้นบ้าง พอชักคุ้นชิน
เอ๊ะ! มันเป็นเรื่องปกติของยาย หรือบางคนมากราบ ไม่เคยเจอกันเลย พอเงยหน้า คุณยายท่านก็ทัก “คุณเลิกเล่นม้าเสียนะ” ก็ตกใจ เขาชอบเล่นม้าจริง ๆ นั่นแหละ
ก็จะเจออย่างนี้จนชิน ยายท่านก็พูดธรรมดา ไม่ได้ตื่นเต้น
ตอนหลังก็อยากจะเป็นอย่างยาย อยากได้อย่างยาย
ตอนนี้แหละ ไปทำความเพียร นั่งปวดหัว ปวดลูกนัยน์ตา ยิ่งนั่งยิ่งไม่มีความสุขเลย ปวดไปหมด เพราะอยากจะได้อย่างนั้น
ในที่สุดก็ล้มเหลว ทั้งมืด ทั้งเมื่อย ทั้งมึน ปวดหัว คุณยายท่านก็บอก
“คุณค่อย ๆ ทำนะ ใจเย็น ๆ เดี๋ยวก็จะค่อย ๆ ดีเอง”
และวันที่ได้ผล วันนั้นปลงตก ไม่เห็นอะไรก็ไม่เอาแล้ว ไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็น อยากจะนั่งเฉย ๆ พอนั่งนิ่ง ๆ สบาย
ไม่คาดหวัง ไม่อยากได้อะไรทั้งสิ้นเลย มันมีจังหวะหนึ่ง สบายมากเลย
แล้วมัน ปึ๊บ จิตรวมวูบลงไปเลย พอถึงจุดตรงนั้น ความโล่ง โปร่ง เบา สบาย ความสว่าง อะไรต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น เป็นขั้นตอนไป
เพราะฉะนั้น คำถามที่ว่า ความคิดมันเยอะแยะอย่างนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงธรรมที่มีอยู่แล้วในตัวไหม ไม่เป็น
อุปสรรคนะ
เรายังคุ้นอยู่กับสิ่งนั้น พอเรามาฝึกความไม่คิด เราไม่คุ้น เราก็ต้องอนุญาตให้มันคิดบ้าง ให้มันผ่านเข้ามา อย่าไปรำคาญ
อย่าไปขับไล่ความคิดนั้น มันเป็นกระบวนการหนึ่งของการคลายความคิด การพัฒนาของใจที่จะเดินทางไปสู่จุดแห่งความสงบ จะต้องผ่านกระบวนการสับสนวุ่นวายทางความคิดไปก่อน จากคิดมากไปคิดน้อย จากคิดน้อยก็คิดบ้าง จากคิดบ้างก็ไม่ค่อยจะคิดเท่าไรและในที่สุดจะหยุดนิ่งไปเอง
ถ้าหากเรามีฉันทะ มีความปรารถนา รักที่จะฝึกฝนอบรมใจ ไม่ช้าเราก็จะสมหวัง
เพราะฉะนั้น ความคิดที่เยอะแยะไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย
เดี๋ยวมันก็หมดไป มันเป็นกระบวนการหนึ่งในการที่จะพัฒนาใจ ไปสู่ความไม่คิด มันเป็นธรรมชาติอย่างนั้น
เมื่อลูกหญิงกลับไปบ้าน พยายามนั่งทุกวัน หลับบ้าง ตื่นบ้าง ฟุ้งบ้าง ช่างมัน พอเมื่อยเราก็ขยับ ง่วงเราก็หลับ ฟุ้งก็ลืมตา
แล้วก็ว่ากันใหม่ ทำอย่างนี้ เดี๋ยวจะสมหวัง
๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

87.หลวงพ่อฝึกธรรมะใหม่ ๆ
สามเณร : ตอนสมัยหลวงพ่อเรียนธรรมะกับคุณยายใหม่ๆ
หลวงพ่อฝึกอย่างไรครับ
หลวงพ่อ : ก็ฝึกอย่างที่สอนลูกเณรอย่างนั้นแหละ
ในใจลึก ๆ ของหลวงพ่อ ตอนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย มัน
แสวงหาคำตอบหลาย ๆ ข้อ เช่น นรกมีจริงไหม สวรรค์มีจริง
ไหม มนุษย์มาจากไหน แล้วก็แสวงหาความรู้เหล่านี้จากครูบา
อาจารย์ต่าง ๆ อ่านตำราบ้าง แต่ก็ไม่มีใครตอบหลวงพ่อได้ ไปถาม
ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นพระ ส่วนใหญ่บอกว่า น่าจะมีนะ เพราะ
พระไตรปิฎกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยถูกใจหลวงพ่อเท่าไร
แต่ก็เกรงใจท่าน ไม่ได้ถามต่อ
จนกระทั่งมาเจอยาย ก็ไปถามคำถามเดิม “นรกสวรรค์มี
จริงไหม” ท่านบอกว่า “มี” “แล้วไปได้ไหม” “ได้” “ยายเคยไป
หรือเปล่า ” “เคย” “คุณจะไปไหมล่ะ เดี๋ยวยายจะพาไป” “งั้น คุณ
ทำอย่างนี้ ๆ นะ” ก็นั่งไป
หลวงพ่อก็อยากรู้อยากเห็น แล้วยิ่งไปใหม่ ๆ เห็นยายไป
นรกสวรรค์เป็นเรื่องปกติเลย เวลาฟังยายรับแขก หลวงพ่อนั่งพิง
เสาเล็ก ๆ คนมาหาถามแต่เรื่องนรกสวรรค์ “ญาติตายแล้วเป็น
อย่างไร ไปไหน” ท่านก็ตอบ ฟังทีแรก ตื่นเต้น ตอนหลังชิน เพราะ
ได้ยินทุกวัน
ตอนหลังอยากได้ พอแขกมาหายาย หลวงพ่อหลบไปวิหารคด
นั่งหลับตารอให้แขกของยายหมด ค่อยย่อง ๆ มาดูว่าแขกหมด
หรือยัง หมดแล้วก็มานั่งธรรมะกับยาย ก็ฝึกนั่งไปจนกระทั่งสมหวัง
แต่กว่าจะสมหวังก็ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งมืด เมื่อย มึน ไม่ค่อย
ม่วนเท่าไร หลับบ้าง ตื่นบ้าง ฟุ้งบ้าง ท้อบ้าง น้อยใจบ้าง เบื่อบ้าง
เบื่อแต่ก็นั่ง เบื่อประเดี๋ยวเดียว ไม่นาน แต่นั่งไม่ค่อยเมื่อยเท่าไร
มันอยากได้ มาได้ตอนที่ไม่อยาก ตอนทำใจเฉย ๆ
เฉย ๆ ทำอย่างไร คือ ทำมาหลายวิธีแล้ว จนสุดท้ายก็นั่งเฉย ๆ
นั่งปลงตก ก็มันไม่เห็น ไม่รู้จะทำยังไง มันก็ไปได้ตอนนั่งเฉย ๆ
สบาย ๆ
๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *