หลวงปู่มีวิธีฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไร

ภิกษุ

เมื่อสมัยหลวงปู่วัดปากน้ำ
ท่านมีการฝึกพระภิกษุสามเณรอย่างไรบ้างครับ

หลวงพ่อ :

ท่านฝึกทุกเช้าเลย วันละ ๑๐ นาที ฝึกทั้งวัด แล้วท่าน
ก็สอนให้คิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ ท่านก็หยิบเอา
พระวินัยบ้าง เสขิยวัตรบ้างมาเทศน์สอน
ส่วนพวกทำวิชชา ท่านก็จะสั่งให้ใจอยู่ภายในตลอด ไม่ว่า
จะไปฉัน หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ใจต้องอยู่ตรงนั้น หลุดไม่ได้ ท่าน
ใช้งานบ่อย หลุดท่านก็ดุเอา
สมมติว่า ท่านบุญเยี่ยมนั่งธรรมะดี หลวงปู่วัดปากน้ำมี
แขกมาหาท่าน ท่านก็จะเอาท่านบุญเยี่ยมมานั่งใกล้ ๆ พอแขก
เข้ามากราบ “หลวงพ่อเจ้าขา คนนั้นเจ็บ คนโน้นป่วย” ท่านก็ต้อง
แก้ไป “หลวงพ่อเจ้าขาฝนตกที่โน่น” ท่านก็ต้องเป็นเจ้ากรมอุตุฯ
“หลวงพ่อเจ้าขา พ่อตายแม่ตายไปอยู่ที่ไหน” ท่านก็หันมา “อ้าว
ท่านบุญเยี่ยม อยู่ตรงไหน” ท่านบุญเยี่ยมก็ต้องค้นไป
ท่านใช้ช่วยเวลารับแขก ซึ่งมันสารพัดเรื่อง ช่วยทุกข์มนุษย์
ทั้งนั้น ท่านใช้อย่างนี้อยู่ตลอด เพราะฉะนั้นไม่คล่อง มันก็ต้องคล่อง
มีดเล่มไหนใช้บ่อย ๆ มันก็คม
พอเข้าไปในโรงงานทำวิชชาก็ลุยไปถึงที่สุดแห่งธรรม
อย่างเดียว ทำอาสวักขยญาณ พูดง่าย ๆ ขจัดกิเลสอาสวะให้หมด
สิ้น มุ่งไปถึงที่สุด แต่พอออกมารับแขกข้างนอกก็ไปอีกแบบ เพราะ
แขกมามีสารพัดเรื่องไปหมด หลวงปู่วัดปากน้ำท่านบอกว่า ถ้า
เราไม่เอากับมัน ๆ ก็ไม่เอากับเรา ภาษาท่านอย่างนี้ หมายความว่า
ถ้าเราไม่รับแขก แขกก็ไม่มาเลี้ยงพระ ไม่เป็นกำลังให้ ท่านก็มี
ปฏิสันถารอย่างนี้ แต่พอครบ ๑ ชั่วโมง ท่านก็เลิก ไปล่ะ แขก
ยังไม่หมด ใครมาทีหลังก็ทีหลังไป พอท่านเข้าไปในโรงงานก็ไปจี้
พวกอยู่ในโรงงานต่อ “เมื่อกี้หลวงพ่อไปอย่างนี้ คนนั้นว่าอย่างนี้ ๆ
หมายความว่ายังไงวะ” ข้างในก็ต้องตอบ อยู่ข้างในก็ต้องเห็นว่า
ท่านทำอะไรอยู่ข้างนอก เพราะฉะนั้นไม่ละเอียดไม่ได้ เพราะท่าน
ใช้อย่างนี้ตลอด
ไม่ว่างานหยาบ งานละเอียด ถ้าใช้บ่อย ๆ ก็คล่อง เหมือน
ท่านมหาชิโตที่มรณภาพไปแล้ว ท่านจบวิศวะ จุฬาฯ ไม่เคยทำงาน
เลย อยู่ที่บ้านก็เป็นลูกคนสุดท้อง พ่อ แม่ พี่ ๆ เขาเอาใจราวกับ
ไข่ในหิน งานหยาบไม่เคยทำ หลวงพ่อก็ใช้ ถ้าไม่ใช้ เมื่อไรท่าน
จะเป็น บอกท่านว่า “วัดเราต้องการรถแทรกเตอร์ รถเกรดเดอร์
มาทำถนน ตอนนี้รถแทรกเตอร์ รถเกรดเดอร์ รถบดอยู่ที่กองทัพ
อากาศ หน้าที่ของท่าน คือ ทำอย่างไรก็ได้ไปเอามาให้ได้” ท่าน
ก็ศึกษาข้อมูลก่อนนะ ทราบว่า เจ้ากรมจอม ท่านชื่อ “จอม”
พลอากาศตรีจอม กุลละวณิชย์ ท่านคุมเครื่องจักรกลทั้งหมด และ
ท่านจบวิศวะ จุฬาฯ เหมือนกัน
พอเข้าไป กองทัพอากาศ ทหารไม่ให้เข้า ท่านก็บอกว่า
“จะเข้าไปหาพี่” ถามพี่ชื่ออะไร “ชื่อจอม พลอากาศตรีจอม” “อ๋อ
เป็นน้องชายท่านเหรอ” “ครับ” เขาก็เปิดให้เข้าไป ตอนนั้นยังไม่ได้
บวชนะ ท่านก็เตรียมหนังสือจากหลวงพ่อไปให้ท่านเจ้ากรมจอม
เซ็น พอเข้าไปในห้อง ท่านเจ้ากรมจอมก็ตกใจ เอ๊ะ! ไอ้หนุ่มนี่ มา
จากไหนก็ไม่รู้ เข้ามาได้อย่างไร เพราะผ่านตั้งหลายด่าน ท่าน
ถามว่า “ลื้อมีธุระอะไรวะ” ก็บอกว่า “ทางวัดจะทำถนน อยาก
ให้ท่านร่วมบุญด้วย ทราบว่า ท่านมีรถอะไรก็ว่าไป ขอให้ท่าน
ช่วยสนับสนุนงานพระศาสนา” แล้วก็ส่งให้ ท่านก็รับ ปกติถ้า
เข้าถึงท่านแล้วท่านจะใจดี พอเซ็นเสร็จ ท่านก็งง ๆ เหมือนกัน ต่อ
มารถแทรกเตอร์ รถเกรดเดอร์ รถบดต่าง ๆ ก็มาวัด
ท่านก็ออกมาถามทหารหน้าห้องว่า “ลื้อให้เขาเข้ามาได้ไงวะ”
“อ้าว ก็น้องชายท่าน” “น้องอั๊วเมื่อไร อั๊วไม่มีน้อง อั๊วคนสุดท้อง
มีน้องที่ไหน”
วันอาทิตย์ต่อมาท่านมาที่วัด เดินตะโกนลั่นวัดเลย “ใครวะ ๆ
อ้างว่า เป็นน้องอั๊ว ไหนออกมาให้เตะซะดี ๆ” ท่านมหาชิโตก็ออก
มา “ลื้อเป็นน้องอั๊ว ตั้งแต่เมื่อไร” “ก็ท่านเป็นรุ่นพี่วิศวะ จุฬาฯ
ผมเป็นรุ่นน้องครับ” ท่านก็อารมณ์ดี เตะก้นที “เออ ทีหลังไปเอา
มาได้อีก”
เพราะฉะนั้น ไม่ว่างานหยาบ งานละเอียด ถ้าใช้มันก็เป็น
ต้องใช้บ่อย ๆ
๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑
https://www.dhamma01.com/book/48
๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

Leave a Comment

Your email address will not be published.