กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ

สาธุชน :

มีความเชื่อว่า คนกินมังสวิรัติ
จะมีอายุยืน และได้บุญมากจริงไหม
และการทำเช่นนี้จะส่งผลไปในภพชาติหน้าอย่างไรคะ

หลวงพ่อ :

คนเราที่มีอายุยืน หรืออายุสั้น ขึ้นอยู่กับว่า มีกรรม
ปาณาติบาตในอดีตมาหรือไม่ อย่างคนดื่มเหล้า บางคนก็อายุยืน
บางคนก็อายุสั้น
โดยสรุป ถ้ามีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติ
อายุก็สั้น แต่ถ้าไม่มีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติ
อายุก็ยืน คนเราจะอายุยืนหรืออายุสั้นขึ้นอยู่กับบาปกรรม
ปาณาติบาต ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอาหาร
ส่วนจะได้บุญมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า แม้จะกินมังสวิรัติ
หรือไม่กินมังสวิรัติก็ตาม หากกินแล้วได้ทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐
ประการ มากหรือน้อยเพียงใด ถ้าทำมาก ก็ได้บุญมาก ถ้าทำน้อย
ก็ได้บุญน้อย ภพชาติต่อไปจึงขึ้นอยู่กับทำบุญดังกล่าวมากหรือน้อย
เรื่องกินมังสวิรัติกับไม่มังสวิรัติเป็นข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่
ในสมัยพุทธกาล แต่ความเห็นส่วนตัวของครูไม่ใหญ่ว่า จะกินหรือ
ไม่กินก็แล้วแต่ ทำอย่างไรก็ได้ให้เราหมดกิเลสก็แล้วกัน ถ้ากินแล้ว
มีกำลัง ก็เอากำลังนั้นไปทำความเพียรให้หมดกิเลสก็ดี หรือหาก
ไม่กินมังสวิรัติ แต่ก็พยายามทำให้หมดกิเลสก็ใช้ได้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเป็นกลาง ๆ ไว้ เนื่องจากห้าม
คนฆ่าสัตว์ มันยาก คือ ถ้าห้ามได้ก็ดี แต่ความจริงมันห้ามได้ยาก
เพราะคนฆ่าก็อยากจะฆ่า เพราะความโลภ อยากได้เงิน รวมกับ
วิบากกรรมปาณาติบาตของสัตว์ตัวนั้นจึงต้องมาถูกเขาฆ่า มันเป็น
ปัญหาโลกแตก และอีกอย่างเวลาในโลกมนุษย์มันสั้น ถ้ามัวแต่
ห้ามกันเรื่องนี้ก็หมดเวลา ไม่ต้องสอนเรื่องอื่นกัน เพราะมัวแต่จะ
เถียงกันไม่จบ
เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราห้ามเขาฆ่าไม่ได้ก็ให้เลือกรับ
ประทานเนื้อตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ คือ ไม่ได้เห็น
เขาฆ่าเพื่อเรา ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเพื่อเรา หรือสงสัยว่า เขาฆ่าเพื่อเรา
เพราะฉะนั้นอย่าไปสงสัยเสียก็หมดเรื่อง เสียทรัพย์ แต่อย่าเสียศีล
เพราะเขาฆ่ามาแล้ว มันเป็นวิบากกรรมกันมา
อย่างครูไม่ใหญ่เป็นสองอย่างเลย ตอนหนุ่มยังแข็งแรง ใคร
เอาอะไรมาก็ฉันทั้งนั้น เอาผักมาก็ฉันผัก เอาเนื้อมาก็ฉันเนื้อ เอา
แค่พอมีกำลัง แต่พออายุมากขึ้นตอนนี้กินเจ แต่เจเขี่ย คือเขาทำ
อาหารมาก็จะมีทั้งผักทั้งเนื้อผสมกัน แต่ครูไม่ใหญ่จะเขี่ยเนื้อออก
แล้วฉันแต่ผักกับน้ำ เพราะว่าระบบย่อยไม่ค่อยดีเหมือนตอนหนุ่ม ๆ
กินเพื่อสุขภาพ
ดังนั้น ครูไม่ใหญ่เป็นทั้งมังสวิรัติด้วย แล้วก็ไม่ใช่มังสวิรัติ
ด้วย แต่ว่ามังสวิรัติไม่สมบูรณ์ ฉันแล้วมีกำลัง ก็เอากำลังนั้นมา
ทำความเพียร เพราะฉะนั้นเอาว่าอะไรก็ได้ ที่มันถูกกับขันธ์ ธาตุ
อายตนะของเรา แล้วทำให้การปฏิบัติธรรมได้ผลดี เราก็เอาอย่าง
นั้น
แต่ก็ให้ยึดหลักที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเอาไว้ คือ
ถ้าเป็นพระ จะฉันเนื้อ ให้เว้นเนื้อ ๑๐ อย่าง คือ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง
เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้องู เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือเหลือง
เนื้อเสือดาว และเนื้อหมี ซึ่งล้วนแต่เป็นเนื้อสัตว์ดุร้ายทั้งนั้น
ซึ่งเราไม่ค่อยจะเจอเท่าไร
ส่วนใครที่รับประทานมังสวิรัติ ก็อย่าไปคิดว่า เราดีกว่า
คนอื่น หรือเราไม่ได้รับประทาน เราก็อย่าไปคิดว่า เราด้อยกว่าคนอื่น
มันจะเป็นเหตุให้ทะเลาะกันจนกระทั่งหมดเวลาในเมืองมนุษย์
เอาเป็นว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้กำจัดกิเลสอาสวะให้หมดไปก็แล้วกัน
๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑
https://www.dhamma01.com/book/48
๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

Leave a Comment

Your email address will not be published.