สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution :

ในวัฒนธรรมตะวันตก
คนเก่งมักจะเป็นคนที่มีการศึกษา
สามารถใช้ปัญญาวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่
แต่สมาธิกลับบอกให้หยุดคิด
แล้วอย่างนี้สมาธิจะทำให้เกิดปัญญา
และเป็นคนเก่งได้อย่างไร

หลวงพ่อ :

ความรู้ ความรอบรู้ และความเก่งนั้นมีหลายระดับ
ระดับที่ ๑ ความรู้ที่เกิดจากการอ่าน การฟังจากท่านผู้รู้
สอน จากการถกเถียงซักถามกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้
ระดับที่ ๒ ความรู้ที่เกิดจากความคิด คือ เราศึกษา เราอ่าน
เราฟัง แล้วเราก็นำมาคิดต่อ ซึ่งมันก็มีถูกบ้าง ผิดบ้าง บางทีก็ผิด
มากกว่าถูก บางทีก็ถูกมากกว่าผิด
ชาวโลกเข้าใจความรู้แค่ ๒ ระดับนี้เท่านั้น แต่ยังมีความรู้
ระดับลึกอีกระดับหนึ่ง ที่ใจจะต้องไปอยู่ในตำแหน่งแห่งการ
ปลอดความคิด เป็นความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้ง เหมือนเรา
ลากของจากที่มืด ๆ ที่มองเห็นอะไรไม่ชัด เอามาอยู่กลางแจ้ง
กลางแสงสว่าง
ยังมีความลับของชีวิตอีกมากมาย ที่จากการอ่าน การฟัง
การคิดไปไม่ถึง ตรงนี้จะต้องเกิดจากการเห็นแจ้งเท่านั้นจึงจะมี
ความรู้แจ้งได้
การเห็นแจ้งจะเกิดขึ้น ต่อเมื่อเราฝึกสมาธิจนกระทั่ง
แสงสว่างภายในบังเกิดขึ้น แล้วเรามองผ่านแสงสว่างนั้นเข้าไปเรื่อย ๆ
จนกระทั่งไปถึงตำแหน่งที่มีความรู้ตรงนั้น แสงสว่างภายในจะ
เกิดขึ้นต้องมีสมาธิ สมาธิจะมีได้ต้องเกิดจากการนำใจที่ฟุ้งซ่าน
ออกไปข้างนอกให้กลับมาหยุดนิ่งในตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งเป็น
แหล่งของข้อมูลทั้งหมด คือศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ตรงนั้นจะ
เป็นที่รวบรวมข้อมูลเรื่องราวของสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย
ที่อยู่ในตัว เพราะฉะนั้นสมาธิจึงเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาและจะเป็น
คนเก่งได้อย่างนี้
๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑
https://www.dhamma01.com/book/48
๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

Leave a Comment

Your email address will not be published.