ฟังธรรมแล้วบรรลุธรรม

ภิกษุ

หลวงพ่อครับ ที่ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า คนที่ฟัง
ธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุธรรม เขาฟังโดยใจจรด
ศูนย์กลางกาย หรือว่าฟังด้วยอารมณ์สบายครับ

หลวงพ่อ :

ฟังด้วยอารมณ์สบาย พระสัมมาพุทธเจ้าเวลาที่พระองค์
แสดงธรรมนี่ ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ
๑ ท่านได้เข้าถึงจริง
๒ มีศิลปะในการถ่ายทอด
๓ แสดงธรรมประกอบด้วยปาฏิหาริย์ ๓ คือ
มี อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ อนุสาสนีปาฏิหาริย์
คือ แสดงฤทธิ์ได้ พูดดักใจคนได้ รู้วาระจิต เป็นต้น
เพราะฉะนั้น เวลาท่านพูด ผู้มีบุญที่สั่งสมบุญมาดีแล้วมา
ฟังด้วยอารมณ์สบาย ใจก็กลับเข้าไปสู่ที่ตั้งดั้งเดิมที่อยู่ในปริมณฑล
ของจิต เมื่อจิตเข้าไปตั้งมั่นอยู่ที่เดิม จิตก็ผ่องใส บริสุทธิ์ ถูกส่วน
ก็เห็นความบริสุทธิ์เบื้องต้นเป็นดวงธรรมใส เห็นปฐมมรรค เดี๋ยวก็
พรึบเข้าไปถึงรัตนะทั้งสาม ถึงไตรสรณาคมน์ ถึงพุทธรัตนะ ธรรม
รัตนะ สังฆรัตนะ ที่มีอยู่แล้วภายใน
และอีกประการหนึ่ง ผู้ฟังมีบุญเก่าด้วย ผู้แสดงบรรลุจริง
และมีศิลปะในการถ่ายทอด พร้อมทั้งปาฏิหาริย์ ๓ บางครั้งท่าน
ก็ใช้ครบทั้ง ๓ อย่าง บางครั้งก็ใช้ ๒ อย่าง บางครั้งก็อย่างเดียว
ก็แล้วแต่ท่านจะใช้
ยกตัวอย่าง มีกลุ่มหญิงขี้เมามาฟังธรรม พระพุทธเจ้าแสดง
ธรรม พวกนี้ก็เมาเอะอะอยู่ท้ายศาลา ท่านก็ใช้อิทธิปาฏิหาริย์
บันดาลให้เกิดความมืดมิดหมดเลยเฉพาะในกลุ่มขี้เมานั้น คนเรา
กำลังเอะอะ อยู่ ๆ ตกอยู่ในความมืดวูบหนึ่ง มันสะดุ้งหวาดเสียวนะ
จนหายเมา หรือคนติดในความสวยงาม มาฟังธรรมที่ท้ายศาลา ท่าน
ก็แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้มีหญิงที่งามกว่าตัวเองมายืนพัดให้ท่าน
แต่เห็นได้เฉพาะคนนั้น แล้วก็ค่อย ๆ เสื่อมไปเรื่อย ๆ แก่ไปเรื่อย ๆ
โทรมไปจนกระทั่งล้มลงตายไปต่อหน้าต่อตา พอท่านสอนให้ได้คิด
ก็คิดได้ เกิดความเข้าใจ คนเราคิดไม่ได้ตอนไม่ได้คิด พอกระตุ้น
ให้ได้คิด พอได้คิด ก็คิดได้ เข้าใจ ใจก็หยุดนิ่ง สงบก็เข้าถึงธรรมได้
เพราะฉะนั้น พระองค์แสดงธรรมประกอบด้วยปาฏิหาริย์ ๓
ตลอดเวลา ครบบ้าง ๒ อย่างบ้าง อย่างเดียวบ้าง และผู้ฟังเป็น
ผู้มีบุญ ทั้งผู้ให้ผู้รับพอเหมาะพอดีกัน อย่างนี้ถึงบรรลุเป้าหมาย
๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ที่มา
คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑
https://www.dhamma01.com/book/48
๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

Leave a Comment

Your email address will not be published.