ทำอย่างไรจึงจะใช้งานคนอื่นได้ง่าย

คำถาม: มีวิธีการอย่างไร ที่จะทำให้สามเณรหรือเด็กวัดที่เราต้องการจะใช้สอย ทำโน่นทำนี่ให้ตามความต้องการของเรา โดยที่เราเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส และไม่ได้รับมอบหมายอำนาจสั่งการแทน แต่อยากจะให้วัดดูเป็นระเบียบ?

คำตอบ: วิธีการที่จะให้สามเณรในวัดทำอะไรต่ออะไรตามคำสั่ง โดยที่เราเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส ก็มีอยู่วิธีเดียวคือ เราลงไปทำงานนั้นกับเณรด้วย จะให้เณรกวาดวัด ถูกุฏิของส่วนกลาง เราก็ไปถูกับเณร อย่างนี้จะใช้อะไรก็ใช้ง่าย แต่ถ้าชี้นิ้วใช้ เณรไปกวาดซิ เณรไปถูซิ เณรจะนึกในใจ “เป็นพ่อกูเมื่อไหร่ล่ะ ก็โตไล่กันมา รอยเท้าไล่กันมาทุกวันๆ เมื่อไหร่พ่อบวชเป็นพระบ้างละก็…ฮึ่ม!” ก็จะเกิดอาการอย่างนั้น แต่ว่าถ้าบอกว่า “เณรมาช่วยหลวงพี่หน่อย” แล้วก็กวาดก็ถูเรื่อยไป เณรมา เณรก็ช่วย ถ้าอย่างนี้คุยกันได้ จำไว้ว่า จะใช้งานใครก็ตาม จะให้ง่ายต้อง
        1) ทำให้ดู แล้วก็ช่วยทำด้วย
        2) มีอะไรก็แบ่งปันกันกินกันใช้ มีอะไรฉันก็แบ่งให้ฉัน มีอะไรใช้ ก็แบ่งให้เณรใช้บ้างนะ
        อย่าทำให้เณรคิดแย้งในใจว่า “ทีงานละก็โยนโครมๆ ให้เณรทำ ทีเวลาฉันละก็ฉันคนเดียวเงียบเชียว” อย่างนี้น่าทำงานให้ไหมเณร? ไม่น่าเลยนะ ถ้าเจ้าอาวาส พระลูกวัด เด็กวัดมีอะไรฉันก็ฉันก็กินเหมือนๆ กัน ข้าวหุงมาจากหม้อเดียวกัน กับข้าวก็จากกระทะเดียวกัน พระก็ฉัน เด็กวัดก็กิน จะทำให้เกิดความมั่นใจตลอดเวลาว่า หลวงพ่อไม่ทิ้งเขา แบบนี้เอายังไงก็เอากัน เหนื่อยแค่ไหนก็ยอม แต่ว่าถ้ายังแบ่งแยกกันอยู่ ก็ตายสถานเดียว
        วัดใดก็ตามขอฝากข้อคิดไว้ว่า ถ้าพระในวัดถึงเวลาฉัน ไม่ฉันรวมกัน ต่างองค์ต่างฉันที่กุฏิ แสดงว่าความสามัคคีได้หมดไปแล้ว โอกาสที่จะมานั่งสนทนาปรึกษากันน่ะ หมดไปแล้ว วัดนั้นก็มีแต่จะร้างอย่างเดียว หรือไม่ก็มีแต่ปัญหา
        กรณีของท่านที่ถามมา ถ้าจะใช้เณรได้ง่ายๆ แนะนำอะไรก็ทำตาม ท่านต้องทำอย่างนี้คือ ถึงเวลาฉันก็เรียกเณรมาฉัน มาปันส่วนกันทั้งของฉันของใช้ แล้วก็อย่าชี้นิ้วใช้อย่างเดียว ลงมือทำด้วย ถ้าทำแบบนี้ละก็ อยู่กันยืดครับ ความจริงสามเณรก็อยากดี รักดีอยู่แล้วจึงมาบวช ถ้าจะให้ดีนะครับ หลวงพ่อหลวงพี่ทั้งหลาย ผมอยากจะฝากอีกเรื่องหนึ่งคือ หัดให้กำลังใจให้เป็น ทั้งให้กำลังใจสามเณรและให้กำลังใจตัวเอง ก่อนอื่นต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเองก่อนว่า “วันนี้ทำงานเหนื่อยแท้ๆ เหนื่อยอย่างนี้ได้ชื่อว่ารับใช้พระพุทธเจ้าเต็มที่ สมแล้วที่เราได้บวชเข้ามาอาศัยพระศาสนาเป็นสุข แล้วก็ให้พระศาสนาได้อาศัยเราด้วย เรานี้สมเป็นลูกพระพุทธเจ้าจริงๆ” ให้กำลังใจตัวเองได้อย่างนี้ เราเองก็ท้อไม่เป็น
        ผ่านจุดนี้ได้ จากนั้นเราจึงจะให้กำลังใจลูกศิษย์ ให้กำลังใจสามเณรได้ แล้วจึงจะอยู่ด้วยกันได้ ท่านขืนเอาแต่ชี้นิ้วใช้เณรตูมๆ พอเณรบ่นว่าเหนื่อย ก็ด่าเลย “อะไรวะแค่นี้เหนื่อย” ถ้าอย่างนี้เณรไม่ทำหรอก แต่ว่าถ้าพูดให้กำลังใจกัน เช่น “เหนื่อยเหรอเณร หลวงพ่อ มีโกโก้ มีน้ำหวานแน่ะ เดี๋ยวไปชงฉันกัน เอาไปปันกันฉันนะ” พอเณรฉันเรียบร้อย ใจเย็นลงแล้วค่อยใช้งานต่อ “อ้อ…เณรตรงนี้เหลืออีกหน่อยนะ ยังไม่ได้ทำ” เดี๋ยวเณรก็ไปทำให้ พูดง่ายๆ คือการผูกใจคน เราต้องใช้ทานนำหน้า ให้ใช้สังคหวัตถุ 4 เป็นตัวนำ คือ
        1. ทาน ให้ของกินของใช้ จะได้มีเรี่ยวแรงทำงาน
        2. ปิยวาจา ให้คำพูดเพราะๆ จะได้มีกำลังใจไม่ท้อถอย
        3. อัตถจริยา ช่วยเหลือให้ความรู้ ให้คำแนะนำอะไรได้ก็ให้กันไป ให้เรี่ยวให้แรงช่วยงานกันไป ทีเรา เราให้ ทีเณร เณรก็ต้องให้เราบ้างล่ะ
        4. สมานัตตตา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป ให้ความเป็นกันเองให้มาตรฐานความเป็นอยู่เท่าๆ กัน
        ถ้าเรามีสังคหวัตถุ 4 อย่างนี้ ถึงไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสสามเณรในวัดเราก็ใช้ได้ พระเราก็ใช้ได้ ใครๆ เราก็ใช้ได้ครับ

โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก)
วันที่
ที่มา
เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

Leave a Comment

Your email address will not be published.