๓๔ เหมือนดวงอาทิตย์

๓๔ เหมือนดวงอาทิตย์
“เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่พราหมณ์นั้นย่อมกำจัดมืดเสียได้ ดำรงอยู่เหมือนดวงอาทิตย์อุทัยขึ้นมากำจัดความมืด ทำอากาศให้สว่างฉะนั้น”
ธรรมทั้งหลายที่ปรากฏแก่พราหมณ์นั้น เราควรจะรู้ ธรรมอะไรที่ปรากฏแก่พราหมณ์น่ะ? และก็บอกลักษณะท่าทางไว้ให้เสร็จเสมือนดวงอาทิตย์ขึ้นไปแล้วกำจัดความมืดทำอากาศให้สว่าง
นี้เป็นข้อใหญ่ใจความสำคัญนัก จะเอาธรรมตรงไหน? ดวงไหน? ชิ้นไหน? อันไหนกัน? ธรรมที่เกิดขึ้นแก่พราหมณ์นะ ถ้าว่าไม่รู้จักธรรมดวงนั้น ฟังไปเถอะ สัก ๑๐๐ ครั้งก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้เรื่องได้ราวทีเดียว อุทานคาถานี้ลึกซึ้งอยู่ไม่ใช่ของง่าย เผอิญจะต้องกล่าวไว้ย่อ ไม่ได้กล่าวพิศดาร เรียกว่า อุทานคาถา
ธรรมที่ปรากฏแก่พราหมณ์น่ะ เป็นมนุษย์หญิงก็ดี ชายก็ดี ทั้งคฤหัสถ์บรรพชิตไม่ว่า ที่ปรากฏอยู่บัดนี้มีธรรมบังเกิดขึ้นกับใจบ้างไหม? ที่ปรากฏอยู่เสมอน่ะ บางคนมีบางคนก็ไม่มี

ที่ไม่มีนั้นเทียบด้วยคนตาบอด
ที่ธรรมปรากฏขึ้นแล้วนะเทียบด้วยคนตาดี
เรื่องนี้พระองค์ทรงรับสั่งในเรื่องธรรมว่า

ทิฏฐธมฺ มสุขวิหารี ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันทันตาเห็น

ธรรมที่บังเกิดปรากฏยู่กับตัวน่ะ พวกมีธรรมกายมีธรรมปรากฏแก่ตัวเสมอ พวกไม่มีธรรมกาย นานๆจะปรากฏธรรมสักครั้งหนึ่งธรรมที่ปรากฏขึ้นน่ะประจำตัวเชียวนะ ติดอยู่กับใจของบุคคลนั้น สว่างไสว

ถ้าปฏิบัติดีๆ เหมือนดวงอาทิตย์ในกลางวันเชียวนะ แจ่มจ้าอยู่เสมอ แต่ว่าใจนั้นต้องจดอยู่กับธรรม
ถ้าว่าใจไม่จดกับธรรมหรือธรรมไม่ติดอยู่กับใจละก็ ความสว่างนั้นก็หายไปเสีย
เหมือนอย่างตามประทีปในเวลากลางวัน ประทีปอย่างย่อมๆ ความสว่างก็น้อย
ประทีปนั้นขยายออกไปความสว่างก็ขยายออกไป
อย่างนั้นแหละฉันใด ธรรมก็หลายดวง สว่างต่างกันอย่างนั้นเหมือนกัน
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง“อุทานคาถา”
๒๑ มีนาคม ๒๔๙๗

โอวาท พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)

ที่มา หนังสือ วิสุทธิวาจา ๑

ดาวน์โหลดหนังสือที่นี่

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *